ท่องเที่ยวเชิงเกษตรในรัฐที่มีการผลิตผลการเกษตรมากที่สุดในแคนนาดา

รัฐซัสแคตเชวัน (Saskatchewan)

ซัสแคตเชวันมีประชากรประมาณ 1 ล้านคน เมืองหลวงคือเมืองรีใจนา ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งข้าวสาลีอันกว้างใหญ่ รัฐนี้เป็นรัฐที่มีการปลูกข้าวสาลีมากที่สุดในอเมริกาเหนือ ซึ่งผลผลิตทางการเกษตรของรัฐนี้ มากเป็นครึ่งหนึ่งของผลผลิตรวมทั้งประเทศแคนาดา ส่วนทางตอนใต้ของรัฐก็เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ที่อุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันรัฐนี้มีอุตสาหกรรมน้ำมันเป็นหัวใจสําคัญเศรษฐกิจ รัฐซัสแคตเชวันมีเมืองสําคัญ 2 เมือง คือ รีไจนาและซัสคาทุน มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติปรินซ์อัลเบิร์ต (Prince Albert National Park) ภายในอุทยานมีทะเลสาบน้อยใหญ่ที่นําเป็นสีฟ้าใสอยู่ในพื้นที่มากถึง 100,000 แห่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการท่องเที่ยวพักผ่อน ตกปลา พายเรือแคนู และล่องแก่งเป็นอย่างมาก Continue reading “ท่องเที่ยวเชิงเกษตรในรัฐที่มีการผลิตผลการเกษตรมากที่สุดในแคนนาดา”

‘เลกหลุยส์ (Lake Louise)’ ดินแดนปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน

lake-louise

เลกหลุยส์ (Lake Louise)

เลกหลุยส์เป็นทั้งชื่อเมืองและชื่อทะเลสาบ โดยทะเลสาบหลุยส์ตั้งอยู่ในเมืองเลกหลุยส์ (Lake Louise) ซึ่งแวดล้อมด้วยเทือกเขาที่มีหิมะขาวโพลนปกคลุมยอดเขา น้ำในทะเลสาบเป็นสีเขียวมรกต มีผิวน้ำนิ่งที่เรียบใสราวกับกระจกเงาสะท้อน ความงามของขุนเขาและธารน้ำแข็งที่อยู่สูงขึ้นไป เป็นภาพที่งดงามสุดพรรณนา

เมืองเลกหลุยส์เป็นเมืองชนบทที่อยู่ต่ำกว่าทะเลสาบ โดยด้านใต้ของทะเลสาบเป็นที่ตั้งโรงแรมที่ก่อสร้างแบบปราสาท ฝรั่งเศสชื่อว่า Fairmont Chateau Lake Louise ซึ่งเป็นโรงแรมติดทะเลสาบที่มีราคาแพงมาก นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิว ทะเลสาบที่ผิวน้ำสะท้อนภาพภูเขากับธารน้ำแข็งอยู่ตรงหน้าสวยงามเหนือคําบรรยาย

กิจกรรมสําคัญเมื่ออยู่เลกหลุยส์คือ การชมธรรมชาติที่งามสงบในทุกฤดูกาล ฤดูหนาว ผิวน้ำในทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง จนเป็นลานเล่นสเกตน้ำแข็งอย่างดี ในเดือนมิถุนายนเมื่อน้ำแข็งละลาย ทะเลสาบหลุยส์เป็นสถานที่สําหรับพายเรือแคนูเล่นอย่างมีความสุข หรือไปเดินเล่นริมทะเลสาบที่เกลื่อนไปด้วยก้อนหินน้อยใหญ่ มองหา กระรอกสีทอง สัตว์พื้นเมืองเจ้าถิ่นที่มีอยู่ชุกชุมในบริเวณนั้น

ทะเลสาบหลุยส์เป็นจุดตั้งต้นของการปีนเขาขึ้นไปดูธารน้ำแข็ง ข้างบนนั้น หรือไปชมทะเลสาบเล็กๆ รายล้อมด้วยเทือกเขางดงาม ที่มีเสน่ห์ตรงในทะเลสาบมีก้อนน้ำแข็งลอยฟองอยู่ด้วย ในบริเวณเดียวกันมีสถานีรถกระเช้าพาขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาไวต์ฮอร์น (Whitehorn Mountain) ซึ่งบนยอดเขาเป็นจุดชมวิว ที่มีร้านน้ำชา และที่สําหรับนั่งปิกนิกและชมวิว นอกจากนั้นยังมีทะเลสาบโมเรน (Moraine) ทะเลสาบขนาดเล็กที่อยู่ในวงล้อมของขุนเขาสิบลูกที่มียอดเขาปกคลุมด้วยหิมะทุกยอด

อาหารการกิน

ในเมืองเลกหลุยส์มีภัตตาคารชื่อดังตั้งอยู่ในโรงแรม Post Hotel ซึ่งภัตตาคารแห่งนี้ที่ได้รับการยกย่องว่า ติดอันดับ 1 ของเทือกเขาร็อกกี้ ที่เสิร์ฟอาหารยุโรปและอเมริกัน สไตล์แคลิฟอร์เนียได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนอีกแห่งที่ไม่ควรพลาดคือ ภัตตาคารในโรงแรมที่มีชื่อเสียงของเมืองเลกหลุยส์คือ Chateau Lake Louise ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบ มีห้องอาหารอยู่ 4 ห้อง ห้อง Edelweiss Dining Room มีการตกแต่งห้องหรูหรา และบรรยากาศดีที่สุด ห้องอาหารนี้เสิร์ฟอาหารแคนาเดียน ไปพร้อมๆกับการชมทัศนียภาพที่สวยงามแบบหนึ่งของทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก

ส่วนนักท่องเที่ยวที่มองหาอาหารจานด่วนสามารถหารับประทาน ได้ตามร้านต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า เช่น Bee Line Chicken & Pizza ที่ขายพิซซ่ากับไก่ทอด หรือจะเป็นร้านอาหารในสถานีรถไฟ ชื่อ Lake Louise Railway Station & Restaurant เป็นร้านอาหาร อายุนับ 100 ปีเศษที่สร้างด้วยไม้ซุง ในบริเวณรอบๆ ภัตตาคาร เอาตู้รถไฟโบราณมาวางตกแต่งสลับกับสวนดอกไม้ อาหารจานเด่นของร้านในสถานีรถไฟเป็นเนื้อวัวจากแอลเบอร์ตากับพาสต้าชนิดต่างๆด้วย

  • อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ (Jasper National Park)

อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์อยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติบานส์ไป ทางเหนือ 292 กิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่เป็นลําดับ 2 ใน แคนาดา อุทยานแห่งนี้ประกอบไปด้วยสัตว์ป่ามากมาย รวมไปถึง ต้นไม้ แม่น้ำ ลําธาร และน้ำตกที่สวยงาม ที่มีภูมิประเทศเต็มไปด้วย ระลอกคลื่นภูเขาที่มีหิมะปกคลุมยอดเขาอยู่เกือบตลอดปี จนปัจจุบัน อุทยานแห่งชาตินี้มีชื่อเสียงในการเป็นสกีรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ของแคนาดา ส่วนเมืองแจสเปอร์ (Jasper) เป็นเมืองเพียงเมืองเดียว ที่มีอยู่ในอุทยานแห่งชาตินี้ ที่นี่เป็นเมืองขนาดเล็กที่เหมาะสําหรับ การท่องเที่ยวแบบผจญภัยในอุทยานแห่งชาติทุกอย่าง เช่น การ ปีนเขา ปีนหน้าผา ล่องแก่ง ขี่ม้าตามไหล่เขา เป็นต้น

lake-louise

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์

  • ทางอากาศ

นามบินที่อยู่ใกล้คือ Calgary International Airport ซึ่งอยู่ห่างจากอุทยาน 412 กิโลเมตร และ Edmonton International Airport ที่อยู่ห่าง 350 กิโลเมตร โดยการเดินทางใน ฤดูหนาวจะไม่ค่อยสะดวกมากนัก เนื่องจากเส้นทางบางสายอาจปิด เพราะมีหิมะถล่มปิดเส้นทาง เป็นภัยธรรมชาติที่อันตรายและเกิดขึ้น บ่อยๆ

  • ทางรถไฟ

รถไฟของ VIA Rail ให้บริการในเส้นทางสายตะวันตก แคมลูปส์-แวนคูเวอร์ และสายตะวันออกไปยังเอดมันตันและวินนิเพก กับเส้นทางสายเหนือไปยังปรินซ์รูเพิร์ต (Prince Rupert)

  • ทางรถยนต์

มีรถโดยสารบริษัท Greyhound บริการในเส้นทาง แวนคูเวอร์ผ่านเมืองแคมลูปส์ และไปเมืองเอดมันตันกับเมืองบาน ส่วนนักท่องเที่ยวที่ขับรถยนต์สามารถใช้เส้นทางผ่านทุ่งน้ําแข็งสาย

Icefields Parkway ที่เชื่อมระหว่างตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติ บานฟ์กับทางใต้ของอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ ซึ่งทางสายนี้มี ความยาว 230 กิโลเมตร และเลี้ยวไปทางลานน้ําแข็งโคลัมเบีย (Columbia Icefields)

เทือกเขาบริติชโคลัมเบีย (British Columbia Rockies)

บริติชโคลัมเบียร็อกกี้ประกอบด้วยเทือกเขาที่สลับซับซ้อนถึง 4 เทือกด้วยกัน โดยเมืองที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคนี้ส่วนใหญ่อยู่ทางทิศใต้ แต่ สิ่งที่เป็นจุดสนใจของการท่องเที่ยวจะอยู่ทางตอนเหนือ เช่น Glacier and Mount Revelstoke National Parks, Kootenay National Park และ Yoho National Park

Glacier and Mount Revelstoke National Parks เป็น อุทยานแห่งชาติที่ถึงก่อนที่ถนนสายที่ยาวที่สุดของแคนาดาคือ Trans-Canada Highway จะผ่านเข้าไปถึงเทือกเขาร็อกกี้ เส้นทาง สายหลักนี้ผ่านเข้าไปในอุทยานธารน้ําแข็งแห่งชาติ (Glacier National Park) ดินแดนที่เป็นสวรรค์ของนักสกีและได้ชื่อว่า อันตรายที่สุด เพราะภัยธรรมชาติที่เกิดจากหิมะถล่ม (Avalanche)

ส่วนทางทิศตะวันตกของธารน้ําแข็งเป็นที่ตั้งของ Mount Revelstoke National Park ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของ นักขี่จักรยานภูเขาและนักปีนเขา ในอุทยานนี้มีเส้นทางวิบากสําหรับ คนที่ชอบกีฬานี้ให้เลือกไปผจญภัยมากกว่า 10 เส้นทาง เส้นทางที่ สวยที่สุดคือเส้นทางที่มีชื่อว่า Giant Cedars Boardwalk Trail ทางสายนี้มีช่วงหนึ่งผ่านเข้าไปในป่าไม้ซีดาร์ ตลอดระยะทาง 500 เมตรที่เต็มไปด้วยต้นซีดาร์แดงซึ่งมีอายุมากกว่า 1,000 ปี

อุทยานแห่งชาติคูเทเน (Kootenay National Park)

มีพื้นที่ 1,406 ตารางกิโลเมตรนี้อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบานส์ กับอุทยานแห่งชาติโยโฮ เส้นทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาตินี้คือ Highway 93 ที่แยกมาจากถนนสายหลัก Trans-Canada Highway จุดเด่น ของอุทยานแห่งชาตินี้คือ บ่อน้ําร้อน Radium Hot Springs ซึ่งอยู่ ทางด้านทิศใต้ของอุทยานฯ มีเมืองชื่อเดียวกับบ่อน้ําพุร้อน อยู่ห่าง จากเมืองบานฟ์ 129 กิโลเมตร ประชากรของเมืองนี้ทําธุรกิจเกี่ยวกับ การอาบน้ําแร่กันมากมาย ดังนั้นโรงแรมที่พักในเมืองทุกแห่งจะมี บ่ออาบน้ําแร่ที่น้ําร้อน 39 องศาเซลเซียส กับมีสระว่ายน้ําที่อุณหภูมิ ของน้ําร้อนประมาณ 27 องศาเซลเซียสไว้บริการผู้มาพัก

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet

ลัดเลาะเที่ยวเมืองที่ถูกขนานนามว่า ‘The rock’ ในประเทศแคนนาดา

รัฐนิวฟันด์แลนด์และลาบราดอร์ (Newfoundland and Labrador)

นิวฟันด์แลนด์และลาบราดอร์มีประชากรเพียง 600,000 คน โดยมีอาชีพหลักคือการจับปลา เกาะนิวฟันด์แลนด์แห่งนี้ถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งมานานกว่าหมื่นปี และการเคลื่อนที่ของธารน้ำแข็งได้ ทิ้งร่องรอยการกัดเซาะไว้จนทําให้ที่นี่เป็นรัฐที่มีพื้นผิวเป็นหินขรุขระมากที่สุดในแคนาดา ชาวแคนาดาเรียกเกาะนิวฟันด์แลนด์ว่า “The Rock” ขนาดของเกาะใหญ่เป็นลําดับที่ 18 ของโลก มีชายฝั่งทะเล ที่ยาวถึง 9,600 กิโลเมตร ส่วนลาบราดอร์เองก็มีสภาพภูมิประเทศเช่นเดียวกับเกาะนิวฟันด์แลนด์ รัฐนี้จึงเป็นรัฐที่มีคนอยู่น้อยที่สุด และอยู่ห่างไกลความเจริญมากที่สุดนั่นเอง

เมืองหลวงของนิวฟันด์แลนด์และลาบราดอร์คือ เมืองเซนต์จอนส์ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวในรัฐนี้คือ อุทยานแห่งชาติขนาดเล็กที่ชื่อ อุทยานแห่งชาติเทอร์ราโนวา (Terra Nova National Parks) และอุทยานแห่งชาติกรอสมอร์น (Gros Morne National Park) จุดชมวิวกับประภาคารที่เคปสเปียร์ (Cape Spear) บนแหลมอะวาลอน (Avalon Peninsula) และพิพิธภัณฑ์เครื่องบินแห่งนอร์ทแอตแลนติก (North Atlantic Aviation Museum) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองแกนเดอร์ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (Gander) โดยสนามบินเล็กๆแห่งนี้เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สําคัญ Continue reading “ลัดเลาะเที่ยวเมืองที่ถูกขนานนามว่า ‘The rock’ ในประเทศแคนนาดา”

รัฐนิวบรันสวิก (New Brunswick) เมืองน่าเที่ยวที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ

new-brunswick

รัฐนิวบรันสวิก (New Brunswick)

ได้ชื่อว่าเป็นประตูทางเข้าเขตแอตแลนติกของแคนาดา โดยมีประชากรประมาณ 800,000 คน ซึ่งประชากร 1 ใน 3 พูดภาษาฝรั่งเศส นิวบรันสวิกมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในเรื่องความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ 2 อย่างคือ คลื่นยักษ์ที่เบย์ออฟฟันดี้ (Bay of Fundy) และ ป่าในฤดใบไม้ร่วงที่สวยที่สุดในโลก เกิดขึ้นเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น โดยความสวยงามของรัฐนี้คือมีชายฝั่งทะเลทอดตัวยาวเป็นระยะทางไกล ถึง 2,250 กิโลเมตร และมีหาดทรายสําหรับพักผ่อนเล่นน้ำทะเลได้ เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านชาวประมงริมทะเลเรียงรายอยู่เป็นระยะๆ สร้างความสวยงามเป็นอย่างมาก ซึ่งเมืองสําคัญของรัฐ นิวบรันสวิกมี 2 เมืองคือ เฟรดริกตันและเซนต์จอห์น Continue reading “รัฐนิวบรันสวิก (New Brunswick) เมืองน่าเที่ยวที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ”

สัมผัสธรรมชาติอันสวยงามที่ ‘รัฐโนวาสโกเชีย (Nava Scotia)’ ประเทศ แคนนาดา

nava-scotia

รัฐโนวาสโกเชีย (Nava Scotia)

ตั้งอยู่ติดมหาสมุทรแอตแลนติก เป็น 1 ใน 3 รัฐที่ได้ชื่อเป็นว่า Maritime Provinces (อีก 2 รัฐคือ นิวบรันสวิกกับเกาะปรินซ์เอดเวิร์ด) และเป็น รัฐ 1 ใน 4 รัฐที่รวมกันก่อตั้งอาณาจักรแคนาดา (Dominion Canada) ปัจจุบันโนวาสโกเชียมีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน โดยเศรษฐกิจหลักของรัฐมีรายได้จากการประมง ป่าไม้ สวนผลไม้ และผลิตอาหารนมเนยในแถบแอนนาโปลิสวัลเลย์ รัฐโนวาสโกเชียมีเมืองหลวงชื่อ แฮลิแฟกซ์ ซึ่งในปัจจุบัน

อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวทํารายได้ให้กับรัฐนี้เพิ่มขึ้นจากการประมง ที่นี่มีธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติเคปบรีตันไอน และเกาะเคปบรีตันที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญ Continue reading “สัมผัสธรรมชาติอันสวยงามที่ ‘รัฐโนวาสโกเชีย (Nava Scotia)’ ประเทศ แคนนาดา”

เมืองสกีรีสอร์ทท่ามกลางภูเขาหิมะ ‘วิสต์เลอร์ (Whistler)’

whistle

– วิสต์เลอร์ (Whistler)-

เมืองเล็กๆที่อยู่ระหว่างภูเขาใหญ่ 2 ลูกคือ ภูเขาวิสต์เลอร์ (Whistler) และภูเขาแบล็กคอมบ์ (Blackcomb) ที่นี่อยู่ห่างจากแวนคูเวอร์เพียง 120 กิโลเมตร และมีประชากรเพียง 8,600 คน เท่านั้น วิสต์เลอร์แบ่งเมืองออกเป็น 3 ส่วนคือ Main Vitage ย่านที่สงวนไว้ให้คนเดินเท่านั้น Upper Village คือส่วนที่อยู่ใกล้กับภูเขาแบล็กคอมบ์ และ Village North เป็นส่วนของย่านการค้าที่ สร้างขึ้นใหม่ ซึ่งระหว่างเมืองทั้ง 3 ส่วนของวิสต์เลอร์มีโรงแรมและ รีสอร์ตมากกว่า 60 แห่ง นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร บาร์ ร้านขายของที่ระลึก รวมไปถึงร้านเช่าอุปกรณ์เล่นสกีอีกด้วย ซึ่งในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวแวะมาเยือนเมืองแห่งนี้มากถึงปีละ 2 ล้านคนเลยทีเดียว

ด้วยชื่อเสียงโด่งดังของการเป็นเมืองตากอากาศที่มีสกีรีสอร์ต เป็นอันดับ 1 ของทวีปอเมริกาเหนือ การันตีได้จากการได้รับโหวตให้เป็นสกีรีสอร์ตอันดับ 1 ติดต่อกันนานถึง 7 ปี ทําให้วิสต์เลอร์เป็นอีกเมืองท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดหากได้มาเยือนแคนาดา โดย ความน่าอัศจรรย์ของที่นี่คือมีหิมะมากพอที่จะเล่นสกีได้นานถึง 10 เดือนในแต่ละปี และในฤดูร้อนของวิสต์เลอร์ก็ยังเป็นแหล่งรวมกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ โดยเฉพาะสําหรับคนที่ชอบการท่องเที่ยวแบบผจญภัย Continue reading “เมืองสกีรีสอร์ทท่ามกลางภูเขาหิมะ ‘วิสต์เลอร์ (Whistler)’”

สถานที่ท่องเที่ยวใน รัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia)

British Columbia

รัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia)

บริติชโคลัมเบียตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นรัฐที่มีธรรมชาติเป็นจุดขายที่โดดเด่นที่สุดของรัฐ จนได้ชื่อว่า เป็นแหล่งนิเวศวิทยาที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดของแคนาดา เพราะที่นี่มีทัศนียภาพและทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายไปตามลักษณะภูมิประเทศในแต่ละพื้นที่ ทําให้เต็มไปด้วยพืชพันธุ์และสัตว์นานาชนิดที่หลากหลายและแปลกตาไปกว่ารัฐอื่นๆ โดยเฉพาะบริเวณน่านน้ำ ระหว่างแผ่นดินใหญ่กับเกาะแก่งต่างๆ จะมีสัตว์น้ำอย่างวาฬ หลายชนิดอพยพหนีหนาวลงมาเล่นน้ำในทะเลแถบนี้อยู่เสมอ

รัฐบริติชโคลัมเบียมีเมืองสําคัญหลายเมืองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก เช่น แวนคูเวอร์ วิกตอเรีย โอกานากัน วัลเลย์ และเกาะควีนชาร์ลอตต์ เป็นต้น โดยมีเมืองหลวงประจํารัฐ คือ เมืองวิกตอเรีย (Victoria) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะแวนคูเวอร์และ เป็นเมืองที่ครอบครองโดยชาวอังกฤษตั้งแต่ปี 1843 เพื่อใช้ตั้งเป็นศูนย์กลางการค้าขนสัตว์ จนกลายมาเป็นชุมชนใหญ่ของชาวอังกฤษ ในเวลาต่อมา Continue reading “สถานที่ท่องเที่ยวใน รัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia)”