สถานที่ท่องเที่ยวอันทรงเสน่ห์แห่งเมืองอีร์คุตสค์

เมืองอีร์คุตสค์

สถานที่ท่องเที่ยวเมืองอีร์คุตสค์

โรงละคร Vampilov Youth Theatre 

สร้างในปี ค.ศ. 1891 เคยใช้เป็นสถานที่จัดการแสดงงานเต้นรํา งานเลี้ยงทางการ หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1928 จึงเปิดเป็นโรงละครเด็ก นับว่าเป็นโรงละคร เด็กที่เก่าแก่ที่สุดในไซบีเรีย บทละครที่ใช้ในการแสดงมีทั้งของนักประพันธ์ชาว รัสเซียและของต่างชาติ และยังเคยเป็นที่ทํางานของนักประพันธ์ละครชาวไซบีเรีย ที่มีชื่อเสียง Vampilov และภายหลังได้ ถูกนําเอาชื่อมาตั้งเป็นชื่อโรงละครแห่งนี้

การเดินทาง: เดินต่อจากอนุสาวรีย์เลนินราว 200 เมตร

โบสถ์ The Holy Cross Church

หนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ของเมืองอีร์คุตสค์ตั้งอยู่บนเนินเขา Krestovaya ในรูปแบบสถาปัตยกรรมไซบีเรียนบาโรคเดิมตัวโบสถ์สร้างด้วยไม้แล้วจึงเปลี่ยนเป็นหิน แทนหลังใหม่สร้างในปี ค.ศ.1747-1760 ด้วยเงินบริจาคของคหบดีของเมือง ตัวโบสถ์ประดับตกแต่งลวดลา เรขาคณิ ตและลวดลายดอกไม้ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่ต่างจากโบสถ์อื่นๆในเมือง ภายในโบสถ์ยังมีกลิ่นอายศิลปะยุคคริสต์ศตวรรษที่17 คงไว้อยู่

การเดินทาง: เดินต่อจากอนุสาวรีย์เลนิน ราว 400 เมตร

รูปปั้น Babr
A monument to the Babe

อยู่หน้าทางเข้า 130 district แลนด์มาร์คสําคัญที่ผู้คนแวะเวียนมาถ่ายรูปไม่ขาดสาย Babr มีลักษณะของส่วนหัว และลําตัวคล้ายเสือไซบีเรีย ส่วนอุ้งเท้า และหางคล้ายตัวบีเวอร์ ปากกําลังคาบตัวพังพอน สร้างเมื่อ ค.ศ. 2012 โดยช่างศิลปิน Olga Smirnova และ Natalia Bakut

สาเหตุที่ Babr มีลักษณะเป็นลูกครึ่งก็เพราะว่าคําว่า Babr ในภาษารัสเซีย คือ เสือไซบีเรีย ส่วนอีกข้อโต้แย้งกล่าวว่า Babr เพี้ยนจากคําว่า “Bobr” ในภาษารัสเซีย แปลว่า ตัวบีเวอร์ หลังจากมีการโต้แย้งมานานจึงสรุปเอาสัตว์ทั้ง 2 ชนิดมารวมเข้าด้วยกันอย่างที่เห็นในปัจจุบัน และ Babr ยังเป็นสัญลักษณ์ของตราประจําเมืองอีร์คุตสค์ปรากฏทั้งในธงและตรา coat of arm

เมืองอีร์คุตสค์

การเดินทาง: เดินต่อจากอนุสาวรีย์เลนินราว 400 เมตร

ย่าน 130 district

บริเวณนี้ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 เคยเป็นพื้นที่ชนบทที่ผู้คนนิยมสร้างบ้านเรือนจากไม้ ต่อมาในปี ค.ศ.2008 วาระครบรอบ 350ปีแห่งการก่อตั้งเมืองอีร์คุตสค์จึงได้ตัดสินใจให้พื้นที่นี้ เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ได้มีการบรณะบ้านเรือนหลังเก่า รวมถึงอาคารต่างๆ ให้เป็นทั้งร้านอาหาร โรงแรมร้านขายของ ทําให้บรรยากาศเสมือนนั่งไทม์แมชชีนย้อนยุคไปในยุคเก่าที่เดียว

เมืองอีร์คุตสค์

โบสถ์ Church for the sake of Mikhail Arkhangel (St. Harlampy)

เดิมที่โบสถ์ไม้หลังแรกถูกสร้างในปี ค.ศ.1739 ใช้ชื่อว่า Harlampievskaya แต่ต่อมาภายหลังจึงสร้างเป็นโบสถ์ก่อด้วยหิน และอิฐแทน โดยได้รับเงินบริจาคจากพ่อค้า V.Balakshin ใช้เวลาสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1777-1790 โบสถ์แห่งนี้เคยทําพิธีแต่งงานให้กับนายพล Aleksandr Kolchak สมัยที่ยังเป็นร้อยโท (ภายหลังขึ้นเป็นผู้นํากองทัพ White Army ต่อต้านกองกําลังพรรคบอลเชวิก) ภายในโบสถ์มีแท่นบูชานักบุญ Mikhail Arkhangel

การเดินทาง: รถรางสาย 1 2 4a ลงป้าย Gorkogo เดินต่อราว 200 เมตร

อนุสาวรีย์แมกซิม กอร์ที่ Maxim Gorgy

แมกซิม กอร์กี หรืออะเลคเซย์แมกซิมอวิช เปชคอฟ (Alexey Maximmovich Peshkov) (1868-1936) นักเขียนและนักคิดชาวรัสเซียที่โด่งดังในยุคจักรวรรดิรัสเซีย แต่มีความคิดทางด้านลัทธิมาร์กซิสต์ มักมีงานเขียนที่ต่อต้านพระเจ้าซาร์บ่อยๆ และเคยถูกจับกุมจากรัฐบาล แต่แล้วถูกปล่อยตัวในภายหลัง ทั้งยังเคยได้รับเสนอชื่อในรางวัลโนเบลสาขา วรรณกรรมมาถึง 5 ครั้งงานเขียนที่มีชื่อเสียงมีมากมาย เช่น The Lower Depths, Twenty-six Men and a Girl, The Song of the Stormy Petrel, My Childhood, The Mother, Summerfolk and Children of the Sun เขาเองมีความใกล้ชิดกับเลนินและพรรคบอลเชวิกอย่างมาก และ เคยต้องลี้ภัยออกนอกประเทศในช่วงก่อนการปฏิวัติก่อนได้กลับมาอีกครั้งเมื่อได้รับคําเชิญจากสตาลินหลังจากเปลี่ยนการปกครองกลายเป็นสหภาพโซเวียตไปเรียบร้อยแล้ว 

การเดินทาง: รถรางสาย 1 2 4a ลงป้าย Gorkogo อยู่หัวมุมฝั่งตรงข้ามป้าย

อาคารที่ว่าการสภาดูมา Municipal Duma Building

อาคารหลังนี้สร้างในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 เดิมมี 2 อาคารและถูกเชื่อมในภายหลัง
โดยคหบดี P.Ja.Soldaton เคยเป็นที่ว่าการของเขตปกครองไซบีเรียตะวันออก ปัจจุบันเป็นที่ว่าการของสภาดูมา (ระบบการปกครองรัสเซีย)

การเดินทาง: รถรางสาย 1 2 4a ลงป้าย Chkalova เดินต่ออีก 700 เมตร หรือเดินมาจาก อนุสาวรีย์แมกซิม กอร์ก

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet