เดินเที่ยวเพลินๆรอบนอกพระราชวังต้องห้าม

jing-shan-park

สวนจึงชาน
Jing Shan Park 

สวนสร้างบนภูเขาขนาดย่อมโดยใช้ดินจากการขุดคูคลองรอบพระราชวังต้องห้าม ซึ่งแต่เดิมเรียกว่า Wansui Shan (ภูเขาหมื่นปี) แต่เปลี่ยนเป็น Jing Shan ในราชวงศ์ชิงแต่ชาวต่างชาติเรียกว่า Mei Shan (ภูเขาถ่านหิน) เพราะบริเวณตีนเขาเป็นแหล่งถ่านหิน แต่เดิมเป็นสวนเชื่อมต่อพระราชวังต้องห้ามไม่อนุญาตผู้ใดเข้าไป แต่สมัยนี้มีการตัดถนนผ่านแยกสวนกับพระราชวังออกจากกัน ภูเขาลูกนี้ตามหลักความเชื่อเฟิงสุ่ยหรือฮวงจุ้ย ตั้งอยู่ทางทิศเหนือช่วยกําบังปกป้องสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้าสู่พระราชวังต้องห้าม แต่ในสวนก็มีโศกนาฏกรรมที่กล่าวถึง คือ จักรพรรดิฉงเจิน (Chongzhen) ได้ทรงแขวนคอกับต้น LoCust ในปี ค.ศ.1644 จากเหตุการณ์กลุ่มกบฎ ยกกองกําลังประชิดเมือง แม้ต้นเดิมถูกตัดไปแล้วแต่ต่อมาก็ได้ปลูกต้นใหม่ในจุดเดิมอีก จากประตูทางเข้าสวน เดินเลียบไปทางขวามือราว 200 เมตร จะเจอต้นไม้สูง ขนาดใหญ่ลําต้นสีขาวจุดที่จักรพรรดิฉงเงินสิ้นพระชนม์

สวนจึงซานมีตําหนักศาลา 2 ชั้นทรงกลมตกแต่งลวดลายกระโป ที่ใหญ่สุดคือ ตําหนักว่านชุน (Wanchun Ting) ตําหนักต่าง ๆ จะอยู่บนย” ในอดีตแต่ละตําหนักเคยประดิษฐานพระพุทธรูป แต่ภายหลังในปี ค.ศ.1 พระพุทธรูปเดิมทั้งหมดก็ถูกขโมยไปหมดสิ้น การขึ้นมาบนเขามีบันไดท ได้สะดวกไม่ชันเท่าไหร่ แต่ด้วยจํานวนขั้นที่มีเยอะก็พอทําให้เหนื่อยหว ถ้าเหนื่อยก็ชมวิวระหว่างทางขึ้นเป็นสวนต้นไม้ร่มรีนคล้ายส ภาษาอังกฤษอยู่เป็นระยะๆ

ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือมาชมวิวพระราชวังต้องห้ามในมุมสูง โดยในเวลายามเย็นที่แสงอาทิตย์สีทองสาดกระทบหลังคาพระตําหนักต่างๆ จนออกสีส้มทองอร่ามตา ผู้คนยืนรอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าจนเต็มระเบียงตําหนักว่านขุน พระราชวังต้องห้ามที่ปิดเงียบสงบเบื้องล่างที่ครั้งหนึ่งเคย เป็นที่ประทับของจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่และผู้คนราวครึ่งแสนในเวลานั้น ในตอนนี้กลับดูเงียบอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก

ใกล้กับตําหนักว่านขุนมีจุดให้เช่าชุดถ่ายรูปทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ในชุดราชสํานักหลายแบบ แต่ที่นิยมก็ชุดจักรพรรดิ และจักรพรรดินีมาพร้อมพร็อบบัลลังก์ ฉาก และเครื่อง ประดับ ดูจะเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวมากทีเดียว เช่นเดียวกับอุทยานเบี้ยไร่ก็มีบริการเช่าชุดเหมือนกัน

แผ่นโลหะกลมสีทองหน้า ระเบียงตําหนักว่านขุนเขียน ไว้ว่า “The Central Point of Beijing City” เป็นจุดสูงที่สุดในปักกิ่ง ในแนวเหนือ-ใต้ผ่านแนวประตูพระราชวังต้องห้าม

เวลาเปิดทำการ: เม.ย.-ต.ค. 06:00-21:00 น. พ.ย.-มี.ค. 06:30-20:00 น. ทุกวัน
ค่าเข้าชม: 2 หยวน
การเดินทาง: เดินต่อมาจากพระราชวังต้องห้าม หรือรถไฟใต้ดิน สาย 5, 6 สถานี Dongsi ทางออก C จากนั้นต่อรถเมล์สาย 101 ลงป้าย Gu Gong (Forbidden City) Station หรือเดินราว 1.8 กิโลเมตร

การแต่งกายของจักรพรรดิและจักรพรรดินี

หลายคนน่าจะผ่านตามาบ้างกับเครื่องแต่งกายฮ่องเต้ และฮองเฮาที่อยู่ในหนังจีน โดยชุดคลุมของจักรพรรดิจะเป็นสีเหลืองถักทอด้วยไหมอย่างประณีตงดงาม นิยมตั้งแต่ราชวงศ์สุ่ย เป็นต้นมา และห้ามมิให้ขุนนางแต่งกายสีนี้ บนเสื้อคลุมจะ ปักลวดลายมังกร 5 เล็บ และปักสัญลักษณ์อีก 12 ประการ ส่วนจักรพรรดินีในสมัยราชวงศ์ชิง (ในกรณีออกว่าราชการร่วมกับจักรพรรดิ) ก็จะแต่งกายชุดเหลือง ปักลวดลายมังกร สวมหมวกสีแดงที่ประดับด้วยไข่มุก ทอง หยกและหินมีค่า

jing-shan-park

พิธีเชิญธงชาติจีน..ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน

เหล่าฝูงชนกําลังเฝ้ารอเวลาลดธงชาติจากยอดเสา เวลาในการเชิญธงชาติขึ้นหรือลงจะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับแสงอาทิตย์ที่จะกําหนด มีนายทหารในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มพร้อมอาวุธปืนยาว เฝ้าตามจุดล้อมรอบเสาธงขนาดสูงใหญ่ พอได้เวลา ทหารเริ่มเดินขบวนมาร์ชมาจากประตูเทียนอันเหมินตัดข้ามถนนมา รถทุกคนจะให้หยุดวิ่ง ในบริเวณรอบๆจัตุรัสทุกอย่างเป็นอย่างมีระบบขั้นตอน ธงชาติค่อยๆลดลงจากยอดเสาและถูกถอดออกมาพับเก็บอย่างเรียบร้อยท่ามกลางแสงแฟลชวูบวาบของมือถือที่ถูกยกขึ้นบันทึกภาพกองทหารเดินขบวนนําธงชาติจีนกลับเข้าสู่ประตูเทียนตามเดิม ทุกอย่างเป็นไปอย่างเงียบสงบในเวลาไม่กี่นาที ไม่มีเสียงเพลงมาร์ช ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆ ดูทุกคนจะตั้งใจเก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้เป็นพิเศษ

jing-shan-park

ช่วงเวลา: หน้าร้อน พิธีตอนเย็นจะเริ่มราว 19:30 น. แต่ถ้าตอนเช้าจะเริ่มราวดี 4 ครึ่ง ขึ้นกับเวลาขึ้น และตกของดวงอาทิตย์
การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 1 สีแดง Tiananmen East หรือ Tiananmen west

Note: 

ถ้ายังพอมีเวลาหลังพิธีเชิญธงชาติ ให้รอเวลามีดอีกนิด เพื่อที่ทั้งจัตุรัสเทียนอันเหมินจะเรืองรองด้วยแสงไฟอีกครั้ง ช่วยขับความโดดเด่นของประตูเทียนอันเหมิน และภาพของเหมาเจ๋อตุงที่ สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลอย่างโดดเด่น แม้ทั้งจัตุรัสตรงกลางจะถูกปิดกั้นด้วยรั้วเหล็กหมดแล้ว แต่ก็สามารถเดินชมรอบๆข้างได้

เดินเล่นยามค่ำคืน ณ ถนนสายวัฒนธรรมเฉียนเมิน
Qianmen Walking Street

อยู่ใกล้กับป้อมธนู Jian Lou ด้านหน้าสุดของถนนเฉียนเหมินจะมีซุ้มประตูไม้ 5 ช่องที่นับว่าใหญ่ที่สุดในปักกิ่ง ถนนยาว 840 เมตร กว้าง 21 เมตร อายุกว่า 570 ปี สองฝั่งมีอาคารรูปทรงจีนโบราณผสมผสานแนวตะวันตก ที่ยังรักษาบรรยากาศดั้งเดิมไว้ มีร้านค้าโบราณ เช่น ร้านชา ร้านเป็ดปักกิ่ง ร้านขายขนมจีบ ร้านเนื้อเค็ม ร้านขายสินค้า หัตถกรรม ฯลฯ ขายทั้งกลางวันกลางคืน นอกจากนี้ยังมีร้านค้าแบรนด์เนม และยังน่าจะเป็นสวรรค์ของคนรักผลไม้ มีร้านขายผักผลไม้คล้ายๆร้านขายของชําอยู่ตามตรอกซอกซอย พวกตระกูลเบอร์รี่ 10-15 หยวน/ครึ่งกิโล นับว่าถูกกว่าบ้านเราหลายเท่า และอย่าลืมหาขนมถังหูลู่ชิมกันด้วยหล่ะ

ขนมถังหูลู่ เอาผลไม้มาเคลือบน้ำตาลที่เกี่ยวรอในกระทะ ความ เปรียวผลไม้ตัดกับความหวานน้ําตาลกรอบออกมารสชาติลงตัวอย่าง ที่สุดเลย ไม้ละ 10 หยวน

การเดินทาง:  รถไฟใต้ดินสาย 2 สถานี Qianmen สีน้ำเงิน ออก B หรือ C

เริ่มต้นด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางฝั่งตะวันออกของปักกิ่ง  เมื่อเดินออกมาจากที่พักจะเห็นพ่อค้าแม่ค้า ชาวจีนมาตั้งโต๊ะขายอาหารตามตรอกซอกซอย หลายร้านก็เปิดเช้ามากไม่ทันแปดโมง ก็พับโต๊ะเก็บกลับบ้านกันไปแล้ว ถ้าอยากเห็นบรรยากาศคงต้องตื่นเช้าเสียหน่อย แต่ก็ยังมีร้านแบบห้องแถวที่เปิดขายพวกติ่มซำ ซาลาเปา ของทอด ขนมปังหรือพาย เปิดขายยามเช้าเช่นกัน

ร้านติ่มซำ

ร้านนี้อยู่บนถนน Meishi St. เห็นกระทะที่นึ่งเข่งที่สูงท่วมหัว คงจะขายดีไม่น้อยและ มีที่นั่งทานด้วย หลังจากเจรจาว่าติ่มซำมีอะไรบ้าง คนขายบอกได้แค่ว่า Pork กับ No Pork การซื้อ ต้องเหมายกเข่งอย่างเดียว 10 ชิ้น 10 หยวน 

การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 2 ลงสถาน Qianmen แล้วเดินตามถนน Meish มาราว 600 เมตรร้านอยู่ขวามือ

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet