PART 3 : ไปซานฟรานซิสโก เที่ยวที่ไหนดี

golden-gate-bridge

-Golden Gate Bridge-

มาถึงไฮไลต์สําคัญที่สุดของซานฟรานซิสโก นั่นก็คือ สะพานโกลเดนเกท ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของตัวเมืองทอดข้ามอ่าวซานฟรานซิสโกเชื่อมกับเขต Miu Valley เป็นส่วนหนึ่งของ เส้นทาง US Route 101 กับ California State Route 1 ความยาวของสะพาน 2.7 กิโลเมตร กว้าง 27 เมตร สูงกว่าระดับน้ําทะเล 67 เมตร ปลายเสาทั้งสองด้านสูงกว่าระดับน้ําทะเล 230 เมตร มีทาง รถยนต์ 6 เลน เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 1937 หลังจากใช้เวลาก่อสร้างเพียง 4 ปีเท่านั้น เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดแห่งแรกของโลก ใช้งบประมาณในการก่อสร้างราว 35 ล้านเหรียญ

ว่ากันว่าสายเคเบิลเส้นเล็กๆ ที่นํามาร้อยเข้ากันเป็นท่อเคเบิลเส้นใหญ่นั้นมีความยาวที่พัน รอบโลกได้ถึง 3 รอบเลยทีเดียว สายเคเบิลที่ว่านี้มีตัวอย่างให้ชมอยู่ใกล้ๆ ศูนย์บริการข้อมูลนักท่อง เที่ยวของสะพาน ลงรถเมล์ไปเห็นทันทีครับ บริเวณนี้เป็นจุดที่มองเห็นสะพานโกลเดนเกทได้อย่าง สวยงาม แต่ถ้าอยากชมใกล้กว่านี้ก็มีจุดที่มองเห็นสะพานได้อย่างไม่มีอะไรบดบัง

จุดที่เดินทางไปชมสะพานได้ง่ายด้วยรถเมล์ก็คือ เชิงสะพานฝั่งทิศใต้ แต่ถ้าขับรถไปเอง สามารถข้ามสะพานแล้วขึ้นไปชมสะพานจากจุดชมวิว Vista Points ซึ่งจะมองเห็นสะพานโกลเดน เกทโดยมีตัวเมืองซานฟรานซิสโกเป็นฉากหลัง

นอกจากนี้ยังสามารถเดินไปตามทางเดินริมสะพานได้ด้วย (ทางเดินเปิดตั้งแต่ตีห้าถึง 18.30 น.) และทางสําหรับจักรยานเปิดให้ผ่านตลอดเวลา ซึ่งจะได้สัมผัสสะพานโกลเดนเกทได้อย่างใกล้ชิดที่สุด

จุดเที่ยวชมอื่นๆที่น่าสนใจคือ Fort Point ตรงเชิงสะพานฝังใต้ มีปืนใหญ่จากยุค สงครามกลางเมืองและเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกัน จัดแสดงให้ชม (เปิด ศุกร์-อาทิตย์ 10.00-17.00 น. ชมฟรี) และแผ่นภาพ 3 มิติขนาดใหญ่แสดงภาพความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานในปีต่างๆ รวมทั้งรูปปั้น Joseph Strauss วิศวกรผู้ควบคุมการก่อสร้างสะพาน

golden-gate-bridge

การจะชมสะพานให้มองเห็นทั้งหมด ต้องเลือกไปในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส เพราะบางวันหรือบาง ช่วงเวลาสะพานบางส่วนจะถูกเมฆหมอกปกคลุม เล่นตัวรอลุ้นกว่าจะเผยโฉมให้เห็นแบบเต็มๆ และเมืองซานฟรานซิสโกเองก็ได้รับฉายาว่าเป็นเมืองแห่งสายหมอก ด้วยทําเลที่ตั้งอยู่ริมอ่าว บางพื้นที่เป็นเนินเขา แต่ก็ไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะเมฆหมอกที่ว่านี้ก็มักไปไวมาไวเหมือนกัน

การเดินทาง : นั่งรถเมล์สาย 28 จากป้ายใกล้ๆ Shirardetti Square (ป้าย VanNessAve/Bay St.) หรือนั่งมาจากทาง Golden Gate Park ก็ได้
เว็บไซต์: www.goldengatebridge.org/visitors

-Golden Gate Park-

โกลเดนเกทปาร์ก อยู่ห่างจากสะพานโกลเดนเกทลงมาทางใต้พอสมควร แต่ก็มีรถเมล์สาย 28 ให้นั่งไปถึงได้อย่างสะดวก เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มากๆกว้าง 1 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร เป็น ปอดของชาวเมืองที่นิยมไปนั่งปิกนิก พักผ่อน ทํากิจกรรมสันทนาการ สารพัดอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เล่นเทนนิส กอล์ฟ ตกปลา เล่นกีฬา เป็นต้น

ภายในสวนมีทั้งสนามหญ้า สวนดอกไม้ สวนสัตว์ ทะเลสาบ สนามเด็กเล่น กังหันลมฮอลแลนด์และสวนทิวลิป ม้าหมุน โดยกระจายกันอยู่ทั่วทั้งสวน หากจะเที่ยวชมกันจริงๆ อาจต้องใช้เวลาเป็นวันๆ แต่สําหรับนักท่องเที่ยวโดยทั่วๆไปแล้วนิยมไปเยี่ยม ชมสถานที่ท่องเที่ยวที่รวมกันอยู่ค่อนไปทางตะวันออกของสวน คือ

  1. California Academy of Sciences
  2. de Young Museum
  3. Japanese Tea Garden
  4. Victorian Conservatory of Flowers

golden-gate-bridge

การเดินทางไป :  นั่งรถเมล์สาย 28 จากสะพานโกลเดนเกท
รถเมล์สายอื่นๆ ที่วิ่งผ่านสวนคือ สาย 29, 44
นั่งรถรางสาย N ไปลงที่ป้าย Judah St/9th Ave แล้วจึงนั่ง
รถเมล์สาย 44 เข้าไปในสวน

-California Academy of Sciences-

ที่นี่เปรียบเป็นศูนย์รวมพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์หลายแขนง ในอาคารทันสมัยสูง 4 ชั้น จากการออกแบบของสถาปนิก Renzo Piano ที่น่าสนใจอาทิเช่น

  • Rainforest Dome จัดแสดงชีวิตสัตว์และพืชในป่าฝนเขตร้อนชื้น 4 แห่งของโลก คือ แถบลุ่มน้ำอเมซอน เกาะบอร์เนียว มาดาร์กัสการ์ และคอสตาริกา ภายในโดมที่ควบคุมอุณหภูมิอากาศแบบอบอุ่น
  • Steinhart Aquarium จัดแสดงชีวิตสัตว์น้ำจากชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย ทั้งในตู้กระจกและอุโมงค์ใต้น้ำ รวมทั้ง Touch Pool แบบพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอื่นๆ
  • Morrison Planetarium ท้องฟ้าจําลองฉายภาพเรื่องราวของดวงดาวในจักรวาลบนจอโค้งภายใต้ยอดโดมน่าตื่นตาตื่นใจ

เวลาเปิด : จันทร์-เสาร์ 9.30-17.00 น. อาทิตย์ 11.00-17.00 น. (ทางเข้าเปิดถึง 16.00 น.)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 34.95 $, เยาวชน 12-17 ปี 29.95 $
เด็ก 4-11 ปี 24.95 $
ผู้ถือบัตร CityPASS เข้าชมได้ฟรี
เว็บไซต์: www.calacademy.org

-พิพิธภัณฑ์ศิลปะ de Young Museum-

ตั้งอยู่ตรงข้ามกับ Academy of Sciences จัดแสดงผลงานศิลปะหลากหลายแขนงทั้งภาพวาด รูปปั้นโบราณวัตถุของสะสมจากหลายยุคสมัย ในอาคารที่ได้รับการสร้างใหม่ภายหลังแผ่นดินไหวเมื่อปี 1989 จากการออกแบบของ Herzog & de Meuron เมื่อดูจากภายนอกอาจดูเรียบง่ายโดยมีหอคอยสี่เหลี่ยมทรงเกลียวสูง 144 ฟุตตั้งโดดเด่นอยู่ทางอาคารด้านทิศเหนือ รอบๆพิพิธภัณฑ์ยังมีมุมร่มรื่นและสวนดอกไม้สวยๆ

ภายในมีคอลเลคชั่นงานศิลป์ที่น่าสนใจ อาทิเช่น โบราณวัตถุอียิปต์โบราณ เครื่องเซรามิคจากศตวรรษที่ 19 ภาพ จิตรกรรมและประติมากรรมแอฟริกัน เม็กซิกัน อเมริกัน และ งานปั้นศิลปะท้องถิ่นของแคลิฟอร์เนีย

นอกจากนี้ยังมีห้องจัดแสดงอัญมณีสิ่งของมีค่า นิทรรศการเรื่องราวของแฟชั่น ภาพวาดของศิลปินจากยุคเวเน เชียนเรอเนสซองส์ รวมทั้งภาพถ่ายอีกมากมาย เรียกได้ว่าผู้รัก งานศิลปะเป็นต้องอยู่เที่ยวชมที่นี่ได้ทั้งวัน ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีร้านหนังสือ ร้านขายของที่ระลึก และคาเฟ่ อยู่ภายในอีกด้วย

เวลาเปิด : อังคาร-อาทิตย์ 9.30-17.15 น.
วันศุกร์ระหว่างกลางเดือน ม.ค.-พ.ย. 
เปิดถึง 20.45 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 15 $,  นักศึกษามหาวิทยาลัย 6 $  เด็กอายุ 17 ปีลงมา เข้าชมฟรี
เปิดให้ชมฟรีในวันอังคารสัปดาห์แรก
ของทุกเดือน
ผู้ถือบัตร CityPASS เลือกเข้าชมได้ฟรี ระหว่างที่นี่ หรือ Exploratorium
เว็บไซต์: https://deyoung.famsf.org

-Japanese Tea Garden-

สวนสไตล์ญี่ปุ่นแห่งนี้ มีทั้งเจดีย์ ศาลาชงชา สระน้ำ สวนหิน สวนบอนไซ สะพาน ต้น ซากุระ ต้นเมเปิลส์ ต้นแปะก๊วย บรรยากาศดูร่มรื่นและมีสีสันแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู อย่างที่เราเคยเห็นได้ทั่วๆ ไปในญี่ปุ่นยังไงยังงั้น โดยสวนแห่งนี้สร้างโดยตระกูลฮากิวะระ (Hagiwara) ผู้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในสหรัฐอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

เวลาเปิด : ทุกวัน 9.00-18.00 น. เดือน พ.ย.-ก.พ. เปิดถึง 16.45 น.
ค่าเข้าชม :  ผู้ใหญ่ 8 $,  เยาวชน 12-17 ปี 6 $ เด็กอายุ 5-11 ปี 2 $ เปิดให้เข้าชมฟรีก่อนเวลา 10.00 น. 
ทุกวันจันทร์-พุธ-ศุกร์
เว็บไซต์: www.japaneseteagardensf.com

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet