PART 2 : ไปซานฟรานซิสโก เที่ยวที่ไหนดี

gold-fleet

-Blue & Gold Fleet-
Bay Cruise Adventure

หากใครซื้อ CityPASS เที่ยวซานฟรานซิสโกในครั้งนี้ สามารถใช้บริการล่องเรือนี้ได้ จึงเป็น โอกาสอันดีที่จะได้ชมทิวทัศน์อ่าวซานฟรานซิสโก โดยเรือออกจากท่า Pier 39 ผ่านฝูงสิงโตทะเล มุ่งสู่สะพานโกลเดนเกท ระหว่างทางเห็นเมืองซานฟรานซิสโกจากกลางทะเลได้อย่างตระการตา อาคารบ้านเรือนเรียงรายสูงต่ำลดหลั่นอยู่บนเนินน้อยใหญ่ ไม่นานเรือพาลอดผ่านใต้สะพานสีส้มอมแดงอันเลื่องชื่อ สะพานโกลเดนเกท สูงเด่นเป็นสง่าทอดยาวข้ามทะเล

ขากลับเรือพาอ้อมเข้าไปเฉียด เกาะอัลคาทราซ (Alcatraz Island) อดีตคุกกลางทะเล ซึ่ง เคยเห็นจากสุดยอดภาพยนตร์แอ็คชั่น “The Rock” ที่ออกฉายเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เรือนี้ก็จะแล่น เข้าไปให้เห็นอย่างใกล้ๆใช้เวลา 1 ชั่วโมงก็จะกลับถึงฝั่ง แต่ละวันให้บริการวันละหลายรอบ

gold-fleet

ค่าบริการ : ผู้ใหญ่ 30 $ เด็ก 12-18 ปี 24 $ เด็ก 5-11 ปี 20 $ จุดลงเรือ
– Pier 39 ผู้ถือบัตร CityPASS ใช้บริการได้ฟรี โดยนําคูปองไปจองเที่ยว เรือได้ที่บูธขายตัวริมท่าเรือ
เว็บไซต์: www.blueandgoldfleet.com

-Alcatraz Cruises-

เกาะอัลคาทราซ ตั้งอยู่กลางอ่าวซานฟรานซิสโก ห่างจากฟิชเชอร์แมนส์วอร์ฟราว 2 สโลเมตร เรือทัวร์เกาะ Alcatraz Cruise ออกจากท่าเรือ 33 ทุกครึ่งชั่วโมง ตั้งแต่ 9.00-15.50 น. และยังมีทัวร์คุกอัลคาทราซตอนกลางคืน เรือออกจากท่า 17.55 และ 18.30 น.

เกาะอัลคาทราซมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เดอะร็อค” ด้วยความที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทะเล ห่างจากฝั่งพอสมควรประกอบกับมีคลื่นลมแรง ครั้งหนึ่งจึงถูกกําหนดให้เป็นที่คุมขังนักโทษ ซึ่งไม่คิดว่าใครจะหลบหนีไปได้ อาชญากรชื่อดัง 2 คน คือ อัล คาโปน กับ แมชชีนกัน แคลลี ก็เคยถูกคุมขังที่นี่

ส่วนตํานานความโหดร้ายและการแหกคุกนั้นมีปรากฏอยู่ในหนังสือนิยายและภาพยนตร์ เท่านั้น เช่น The Rock, Escape from Alcatraz ความจริงคุกอัลคาทราซ เป็นคุกที่มีสภาพความ เป็นอยู่ของนักโทษดีกว่าคุกอื่นๆด้วยซ้ำ

gold-fleet

ค่าบริการ: ผู้ใหญ่ 33 $ เด็ก 12-17 ปี 33 $ เด็ก 5-11 ปี 20.5 $ จุดลงเรือ
– Pier 33 ตรวจสอบเวลาเรือออกและจองตั๋วล่วงหน้าได้ที่
เว็บไซต์: www.alcatrazcruises.com

-Coit Tower-

หอคอยคอยต์ ตั้งอยู่บนเนินเขา Telegraph Hil ในย่าน North Point มีทางเดิน (Filbert Street Steps) เป็นบันไดให้ค่อยๆขึ้นไปทางด้านถนน Embarcadero แต่วิธีที่ง่าย และประหยัดพลังงานกว่าคือ การนั่งรถเมล์สาย 39 จากฟิชเชอร์แมนส์วอร์ฟขึ้นไปบนเนินเขามีอนุสาวรีย์ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ในชุดอัศวินตั้งตระหง่านอยู่หน้าหอคอย ชาวอเมริกันยกย่องเขาเป็นบิดาผู้ค้นพบโลกใหม่ในชื่อทวีปอเมริกา แม้โคลัมบัสเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแผ่นดินอินเดียเมื่อครั้งค้นพบก็ตาม

ชั้นล่างหอคอยมีภาพฝาผนัง (Mural) แสดงเรื่องราววิถีชีวิตของชาวเมืองในอดีต และมีลิฟต์พาขึ้นไปยังจุดชมวิวบนหอคอยสูง 64 เมตร เห็นทิวทัศน์เหนือเมืองซานฟรานซิสโก ได้รอบด้านแบบไม่มีอะไรมาบดบัง (ดูภาพทิวทัศน์จากหอคอยอีกภาพที่หน้า 46)

หอคอยสร้างเมื่อปี 1933 เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถานให้กับ Lilie Coit นักผจกแพลง หญิงชาวเมืองซานฟรานซิสโก ออกแบบโดยสถาปนิก Arthur Brown Jr.

เวลาเปิด : 10.00-18.00 น. พ.ย.-มี.ค. เปิดถึง 15.00 น.
ค่าเข้าชม : จุดชมวิวบนหอคอย ผู้ใหญ่ 8 $ เด็ก 12-17 ปี 5 $ เด็ก 5-11 ปี 2 $ ชั้นล่างชมฟรี การเดินทางไป : นั่งรถเมล์สาย 39 จากฟิชเชอร์แมนส์วอร์ฟ ป้ายอยู่ตรงข้าม Pier39 และบนถนน Powell รถออกทุก 20 นาที
เว็บไซต์: www.coittowertours.com

-Ghirardelli Square-

หากท่านใดเป็นแฟนพันธุ์แท้ช็อกโกแลตแล้วละก็ คงรู้จัก Ghirardelli เป็นอย่างดี เขาเป็นแบรนด์ช็อกโกแลตชื่อดังของสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว โดยมีโรงงานช็อกโกแลตของตระกูล Ghirardeli อยู่ที่นี่ ระหว่างปี 1859-1962 ก่อนกิจการจะเจริญรุ่งเรืองจึงได้ย้ายไปสร้างโรงงานที่ทันสมัยที่อื่น ปัจจุบันเราจึงเห็นร้านช็อกโกแลตแบรนด์นี้มีอยู่ทั่วไปในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆทั่วโลก

ว่ากันว่า วิลลี วองก้า (Willy Wonka) ได้มอบหมวกให้ Domingo Ghirardelli ผู้ก่อตั้ง โรงงานเมื่อครั้งขยายกิจการไปยังโรงงานใหม่อีกแห่งที่ East Bay เมื่อปี 1893 และนวนิยายเรื่อง Willy Wonka and Chocolate Factory ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากช็อกโกแลต

เมื่อโรงงานได้ย้ายไปที่ใหม่หมด สถานที่แห่งนี้จึงได้ปรับปรุงเป็นศูนย์การค้าและสปา คอมเพล็กซ์ แต่ยังมีช้อปของ Ghirardeli เหลืออยู่มุมหนึ่งของตึก ทําหน้าที่ขายช็อกโกแลตหลาก หลายรูปแบบแก่ผู้มาเยือน ไม่ว่าใครก็ตามที่เดินเข้าไปในร้านก็มักจะได้รับแจกช็อกโกแลตให้ชิมเสมอ

นอกจากนี้ยังมีร้านไอศกรีมอยู่ติดกัน โดยมีเมนูยอดนิยมคือ Ghirardelli Chocolate Sundae ด้วยความที่มีเครื่องเยอะและราดหน้า ด้วยวิปครีมรสนุ่ม คิวสั่งไอศกรีมจึงอาจยาวเป็นบาง เวลา

ส่วนกลางจัตุรัสนั้น มีรูปปั้นนางเงือกและ เต่าอยู่กลางน้ำพุ นักท่องเที่ยวนิยมไปนั่งดูศิลปินเปิด หมวกผ่อนคลายยามเย็นหลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวัน

-Lombard Street- 

ใกล้ๆ Ghirardelli Square เป็นต้นทางเคเบิลคาร์สาย Powell-Hyde อาจนั่งสายนี้กลับ ยูเนียนสแควร์ แล้วถือโอกาสแวะถนนลอมบาร์ดหากขามายังไม่ได้แวะ เพื่อชมถนนซึ่งได้ชื่อว่าคด เที่ยวที่สุดในโลก (World’s Crookedest St.) ความจริงถนนสายนี้เป็นเพียงบางช่วงสั้นๆ ของถนน ลอมบาร์ด ที่ตัดลงเนินที่มีความลาดชันบน Russian Hills เชื่อมระหว่าง Hyde Street ด้านบน กับ Leavenworth Street ด้านล่าง

เหตุที่เขาสร้างให้ถนนซิกแซกก็เพราะความลาดชันของเนินที่ชันถึง 27 องศา หากตัดตรง ลงมาเกรงว่าจะอันตรายสําหรับผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางไปมา ได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของ ของ กลางถนนปลูกต้นไฮเดรนเยียร์เขียวชะอุ่มสลับกับดอกสีฟ้า ขาว ชมพู มีทางเดินอยู่ 2 ข้างทาง

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet