การเดินทางระหว่างเมืองซานฟรานซิสโก และลอสแองเจลลิส

การเดินทางระหว่างเมืองซานฟรานซิสโก และลอสแองเจลลิส

  • เครื่องบิน

การเดินทางระหว่างเมืองโดยเครื่องบินนับว่าสะดวกมาก มีเที่ยวบินของสายการบินให้บริการทั้งวัน และควรจะใช้การเดินทางโดยเครื่องบิน เมื่อเมืองที่ต้องการไปอยู่ห่างกันเกินกว่า 500 กิโลเมตรเพื่อประหยัดเวลาและลดความเหนื่อยล้าระหว่างเดินทาง

เที่ยวบินในอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นของสายการบินแบบฟูลเซอร์วิสหรือโลว์คอสต์ ค่าบริการโหลดกระเป๋าสัมภาระลงใต้ท้องเครื่อง ตั๋วโดยสารที่ขายทางเว็บไซต์หรือผ่านตัวแทนจําหน่าย บางครั้งจะยังไม่ได้รวมค่าบริการส่วนนี้ไว้ เราจะต้องจ่ายเมื่อเช็คอินที่สนามบิน โดยมีค่าบริการใบละ 25 $ สําหรับกระเป๋าหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม และสายการบินส่วนใหญ่ใช้เครื่อง Kiosk ให้เช็คอินและจ่ายเงินได้ด้วยตนเองแล้วจึงนําสัมภาระใบใหญ่ไป Drop Off ตรงเคาน์เตอร์

การจองตั๋วเที่ยวบินภายในประเทศสหรัฐนี้ ทําได้ง่ายผ่านทางเว็บไซต์รับจองตั๋ว เครื่องบินทั่วๆ ไป เช่น www.skyscanner.co.th ซึ่งมีการเปรียบเทียบราคาตัวของแต่ละเว็บให้ด้วย ถูกใจเงื่อนไขเว็บไหนดี คลิกจองได้ทันทีเช่นเดียวกัน ยิ่งจองล่วงหน้าก่อนเดินทางนานเท่าใด ก็มักจะมีเที่ยวบินราคาดีๆให้เลือกมากกว่า

ในทริปนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสใช้บริการสายการบิน United Airlines เส้นทาง San Francisco (SPO) – Las Vegas โดยจองตั๋วผ่านเว็บไซต์ข้างต้นราว 2 เดือนก่อนเดินทาง ได้ตั๋วมาในราคา 47 $ (ไม่รวมค่าโหลดกระเป๋าใต้ท้องเครื่อง) เมื่อใกล้เดินทางได้เปิดดูราคาตั๋วอีกครั้งจากเว็บไซต์เดียวกัน ราคาได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

สนามบินในซานฟรานซิสโก

San Francisco International Airport (SFO) 

นอกจากนี้ยังมีสนามบินใกล้เคียง ให้บริการเที่ยวบินไปยังเมืองอื่นในสหรัฐอเมริกาด้วย คือ

Oakland International Airport (OAK)
-Mineta San Jose International Airport

สนามบินในลอสแองเจลิส

Los Angeles International Airport (LAX)

สนามบินในลาสเวกัส

Las Vegas McCarran Interational Airport (LAS)

TIP: 

ควรไปถึงสนามบินก่อนเวลาเครื่องออกไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง เนื่องจากสนามบินในสหรัฐค่อนข้างเข้มงวดในการตรวจสัมภาระ และในบางช่วงเวลาปริมาณผู้โดยสารค่อนข้างเยอะอาจต้องได้รอคิวเช็คอิน และผ่านจุดตรวจความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่องเป็นเวลานาน

  • รถบัส

บริษัทผู้ให้บริการรถบัสหรือรถโค้ชที่มีเส้นทางครอบคลุมเมืองใหญ่ๆทั่วสหรัฐอเมริกาคือ Greyhound Bus มักมีสถานีขนส่งเป็นของตนเองให้บริการด้วยรถปรับอากาศคันใหญ่ที่นั่งปรับเอนได้ วิ่งตรงเวลาบางคันมี WIFI ให้ใช้ฟรี บนเส้นทางระยะไกล มีจุดจอดให้แวะเข้าห้องน้ำ ซื้อของซื้ออาหารขึ้นไปรับประทานบนรถได้ ก่อนขึ้นรถมีการตรวจกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ ดังนั้นควรไปรับการตรวจตัวและเช็คสัมภาระก่อนรถออกสัก 15-30 นาที

สามารถจองตั๋วได้จากเว็บไซต์ ดังนี้

• www.greyhound.com
• www.busbud.com

นอกจากนี้ยังมีรถบัสของบริษัทท้องถิ่นในแต่ละรัฐ วิ่งให้บริการระหว่างเมืองภายในรัฐและไปยังเมืองต่างรัฐที่อยู่ติดกันด้วย

TIP:

ยิ่งจองตั๋วล่วงหน้าก่อนเดินทางนานๆ ก็มักจะได้ราคาตั๋วถูกยิ่งขึ้น เช่น ผู้เขียนจองเส้น ทางลาสเวกัส-ลอสแองเจลิส ก่อนเดินทางราว 3 เดือน ได้ตั๋วมาในราคาเพียง 8 $ เท่านั้น

  • รถไฟ

การรถไฟแห่งชาติสหรัฐอเมริกา Amtrak มีเครือข่ายรถไฟเชื่อมโยงไปทั่วประเทศ และ มีตั๋วโดยสารแบบเหมาจ่ายให้เลือกใช้งานด้วย คือ

– USA Rail Pass 15, 30 และ 45 วัน ใช้เดินทางได้ทั่วประเทศ
California Rail Pass 7 วัน ราคา 159 $ เลือกวันใช้ได้ภายใน 21 วัน

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อตั๋วได้จากเว็บไซต์ www.amtrak.com

อย่างไรก็ตาม การเดินทางในทริปนี้ระหว่าง San Francisco-Las Vegas-Los Angeles ยังไม่เหมาะกับการเดินทางโดยรถไฟสักเท่าไหร่ การใช้บริการรถบัสและเครื่องบินดูสะดวก มากกว่า เนื่องจากในบางเมือง เช่น ซานฟรานซิสโกและลาสเวกัส ยังไม่มีเส้นทางรถไฟของ Amtrak เข้าถึงโดยตรง ต้องใช้บริการรถบัสรับส่งจากสถานีขนส่งในเมืองไปยังสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด (ราคารวมอยู่ในตัวรถไฟแล้ว) ทําให้ต้องต่อรถหลายทอด

ไฟฟ้า น้ำดื่ม ห้องน้ำ

อเมริกาใช้ไฟฟ้า 120 V/60Hz เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูปจากเมืองไทย สามารถนําไปเสียบปลั๊กไฟที่อเมริกาได้ เพียงแต่เต้ารับจะเป็นขาแบน 2 หัว หากสายชาร์จเป็นแบบอื่นๆ ก็ให้นําหัวแปลงปลั้กไปด้วยก็จะใช้งานได้

น้ำดื่ม

น้ำประปาจากก๊อก ถือว่าสะอาดได้มาตรฐานน้ำดื่ม เพียงแต่อาจมีกลิ่นคลอรีนค่อนข้างแรง ดังนั้นการซื้อน้ำดื่มก็ดูจะสบายใจและดื่มอร่อยกว่า ขอแนะนําว่าหากพักปักหลักอยู่ในแต่ละเมืองหลายๆวัน การซื้อน้ำขวดใหญ่ หรือซื้อขวดเล็กยกแพ็คในซูเปอร์มาร์เก็ต เช่น Walgreen, CVS ก็จะทําให้ช่วยประหยัดได้ เพราะการซื้อน้ำขวดเล็กจากร้านข้างทาง ราคาค่อนข้างแพง หรือถ้าซื้อขวดใหญ่ราคาก็จะแพงขึ้นไปอีก เช่น เดียวกับน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มอื่นๆด้วย บางครั้งขวดเล็กกับขวดใหญ่ราคาแทบไม่ต่างกัน หรือจะซื้อเป็นถังขนาด 5 ลิตร ราคาก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก

น้ำดื่มขวดเล็กราคา 1-2 USD ซึ่งเพิ่มเงินอีกนิดหน่อยก็ได้ขวดใหญ่แล้ว

ห้องน้ำ

ห้องน้ำส่วนใหญ่ สะอาดและพบเห็นได้ง่าย ไม่มีปัญหาในการต้องทนหนักเบา ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำสาธารณะริมถนน พิพิธภัณฑ์ ห้างสรรพสินค้า และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ สามารถเข้าไปใช้บริการได้ฟรี โดยเฉพาะที่ลาสเวกัสนี้เหมือนสวรรค์เลย โรงแรมหรือคาสิโนทุกแห่ง ล้วนประดับตกแต่งเนรมิตสถานที่ ของตนได้อย่างหรูหราอลังการรวมทั้งห้องน้ำด้วย

ซูเปอร์มาร์เก็ต

Walgreens and CVS

ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ที่พบเห็นได้โดยทั่วไปก็มี Walcreens กับ CVS บางสาขาเปิด 24 ชั่วโมง เป็นแหล่งตุนเสบียงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำ เครื่องดื่ม ผลไม้ บะหมี่ อาหารบรรจุกล่องพร้อมรับประทาน ก็มีให้เลือกหลากหลาย หรือจะซื้อวัสดุไปปรุงอาหารรับประทานเองก็ยังได้

นอกจากนี้ยังมีข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจําวัน เครื่องครัว เครื่องเขียน ยา เครื่องสําอาง ฯลฯ และของที่ระลึกจําหน่ายด้วย โดยเฉพาะของที่ระลึกนั้น มักขายในราคา ต่ำกว่าร้านขายของที่ระลึกในย่านท่องเที่ยว

ควรพกถุงผ้าหรือถุงใส่ของติดตัวไปด้วย เพราะ สหรัฐอเมริกาเองเขาก็รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกเหมือนๆกับประเทศอื่นทั่วโลก บางครั้งพนักงานคิดเงินจะถามก่อนว่า ต้องการถุงหรือไม่ ถ้าไม่มีไปด้วยก็ต้องได้จ่ายค่าถุงเพิ่มอีกเล็กน้อย

ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อแบรนด์อื่นที่ พบเห็นได้อีก อาทิเช่น 7-Eleven, Rite Aid, Famima, Ralphs Grecery

นอกจากนี้ยังมีร้าน 99 Cent Only Store ขายของ จิปาถะในราคาเดียว คือ 99 เซนต์ (ยังไม่รวมภาษี) คล้ายกับ ร้าน 100 เยนหรือร้าน Daiso ในญี่ปุ่น

ร้าน 99 cent

ร้านอาหารฟาสต์ฟูดพบเห็นได้ทั่วไปทั้งในตัวเมือง มีทั้งที่ตั้งอยู่เดี่ยวในศูนย์การค้า สถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งจุดพักรถริมถนนไฮเวย์ ภายในร้านมีที่นั่งให้เรียบร้อย จะซื้อแบบ Take Away ก็ สะดวก รวมทั้งบางแห่งมีบริการ Drive Thru ด้วย

ร้านอาหาร

ข้าวปลาอาหารในอเมริกาหากินง่ายมาก โดยเฉพาะ อาหารฟาสต์ฟูดที่เรารู้จักกันดี หลากหลายแบรนด์กระจายอยู่แทบทุกหัวมุมถนน รวมทั้งอาหารนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาหารชาติอื่น อาหารไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เม็กซิกัน มีทั้งแบบที่เป็น ภัตตาคารอย่างดี ไปจนถึงร้านข้างถนน รวมทั้งในซูเปอร์มาร์เก็ตก็เป็นแหล่งพึ่งพิงได้อย่างดี

  • แฮมเบอร์เกอร์-แซนด์วิช

ถือเป็นเมนูมาตรฐานประจําชาติที่ต้องมีในร้านฟาสต์ พูดแทบทุกแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น KFC, McDonald, Subway Burger King ราคาอยู่ที่ 5 $ ขึ้นไป จะซื้อแล้วนั่งรับประทานในร้านหรือซื้อแบบห่อกลับก็ได้ทั้งนั้น

  • ศูนย์อาหาs (Food Court)

ศูนย์อาหารมักตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า มีอาหารให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งอาหารอเมริกัน และอาหารชาติอื่นๆที่กล่าวไป จะซื้อแล้วนั่งทานในนั้นหรือซื้อ Take Away ก็ไม่ว่า ส่วนราคาก็พอๆกับร้านอาหารทั่วไป

  • Street Food หรือ Truck Food

อาจเป็นซุ้มขายข้างถนนหรือเป็นรถเร่จอดตามสถาน ที่ท่องเที่ยวหรือย่านชุมชน ขายอาหารง่ายๆ เช่น ฮอทด็อก แซนด์วิช แฮมเบอร์เกอร์ หรือขายอาหารเฉพาะ เช่น Tacos (อาหารเม็กซิกัน) เคบับ (อาหารตุรกี) ไอศกรีม เป็นต้น ซื้อแล้วหาที่นั่งรับประทานกันเอาเอง Farmers Market หรือตลาดนัดเกษตรกร

  • Farmers Market หรือตลาดนัด

มักจัดขึ้นเป็นประจํา ตามจัตุรัสใหญ่ๆ ในเมือง ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงฤดูใบไม้ ร่วง หากพบเจอก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ลิ้มลองอาหารปรุงจาก วัสดุท้องถิ่นสดใหม่ ซึ่งมักจะมีผักผลไม้ขายด้วย

  • ร้านบุปเฟต์

ร้านอาหารบางแห่งจัดเป็นบปเฟต์ รวมอาหารเช้ากับอาหารเที่ยงเข้าด้วยกันที่เรียกว่า Brunch ในซานฟราน 1 ลอสแองเจลิส อาจหายากหน่อย แต่ในลาสเวกัสถือว่าเป็นสวรรค์แห่งการกิน ในโรงแรมและคาสิโนใหญ่ๆ มักมี Brunch, Dinner ไว้บริการในราคาเหมาจ่ายแบบบุปเฟต์ สามารถทานได้ไม่อั้น

 

สนับสนุนโดย ยูฟ่าเบท ufabet