แนะนำขั้นตอนการขอวีซ่าประเทศอเมริกา

usa-visa

การขอวีซ่าประเทศสหรัฐอเมริกา

นักท่องเที่ยวชาวไทยจําเป็นต้องใช้วีซ่าในการเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันขั้นตอนต่างๆ ทั้งการกรอกแบบฟอร์มเพื่อการยื่นขอวีซ่า การชําระค่าธรรมเนียมและการนัดวันสัมภาษณ์ ถือว่ามีความสะดวกมาก สามารถกระทําผ่านเว็บไซต์ด้วยตนเองที่ http://www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-visaapply.asp

โดยมีวิธีการและขั้นตอนที่พอสรุปได้ดังนี้

  1. กรอกเอกสารเพื่อการยื่นขอวีซ่า DS160 (Nonimmigrant Visa Application Form) ที่เว็บไซต์ข้างต้น เลือกวีซ่าประเภท B1/B2 สําหรับวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว และเยี่ยมเยือน สิ่งสําคัญในการกรอกข้อมูลส่วนนี้ก็มี

– ข้อมูลทั่วไปของผู้ยื่นคําร้อง เช่น ชื่อ วันเดือนปีเกิด ที่อยู่

– ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกา เช่น เมือง/รัฐที่จะไป เที่ยว บิน (ไม่จําเป็นต้องจองตั๋วเครื่องบิน ระบุเพียงเที่ยวบินที่คิดว่าจะใช้บริการ) ที่พัก ระยะเวลา ในการท่องเที่ยว

– ข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่การงาน รายได้

– คําถามด้านความปลอดภัย

– รูปถ่ายที่ได้มาตรฐานและสามารถอัพโหลดบนแบบฟอร์มออนไลน์ได้

เมื่อกรอกข้อมูลบนแบบฟอร์ม DS160 เรียบร้อยแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ แต่ระหว่างการกรอกสามารถกดเซฟและแก้ไขรายละเอียดต่างๆ ได้

  1. ชําระค่าธรรมเนียม หลังจากกรอกแบบฟอร์ม DS160 เรียบร้อยแล้ว ระบบจะเห บาร์โค้ด /หมายเลขอ้างอิง เพื่อให้ผู้ยื่นขอวีซ่า สร้างโปรไฟล์เข้าระบบเพื่อชําระค่าธรรมเนียม ซึ่งกระทําได้ทั้งการโอนเงินด้วยระบบอิเล็คทรอนิคส์ (EFT) และชําระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร กรุงศรีอยุธยาได้ทุกสาขา เมื่อชําระแล้วให้เก็บหลักฐานการชําระเงินเพื่อนําไปแสดงในวันนี้ สัมภาษณ์ด้วย

ค่าธรรมเนียมสําหรับวีซ่าประเภท B1/B2 คนละ 160 ดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งจะคิด เป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเวลานั้นๆ โดยค่าธรรมเนียมนี้รวมค่าบริการต่างๆ เรียบร้อยแล้ว วันสัมภาษณ์ไม่ต้องจ่ายค่าอะไรเพิ่มเติมอีก

  1. จองวันนัดสัมภาษณ์ หลังจากชําระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้รอ 2 วันทําการ จึง การนัดได้ 3 ครั้ง เข้าในระบบเพื่อจองวันและเวลาเพื่อเข้าสัมภาษณ์ตามที่เราสะดวก ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลง
  2. เตรียมเอกสารหลักฐาน ถือว่าเป็นสิ่งสําคัญมากเมื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ ซึ่ง พร้อมแสดงได้ทันทีเมื่อกงสุลผู้สัมภาษณ์เรียกดู ซึ่งอาจจะขอดูหรือไม่ก็ได้ โดยเอกสารส่วน นี้อาจแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของการเดินทางแต่ละบุคคล เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรา มีความผูกพันกับหน้าที่การงาน ครอบครัว หรือทรัพย์สินในประเทศไทย โดยทั่วๆ ไปก็จะ เตรียมตามนี้

4.1 บาร์โค้ด/หมายเลขอ้างอิงยืนยันการกรอกแบบฟอร์ม DS160 (ส่วนแบบ ฟอร์มที่เรากรอก ทางสถานทูตบอกว่าไม่ต้องปรินต์ติดตัวไป แต่ควรจําให้ได้ว่าเราตอบ คําถามอะไรไปบ้าง เพื่อตอบให้ตรงกันเมื่อตอนสัมภาษณ์)

4.2 ใบเสร็จรับเงิน/หลักฐานการชําระเงินค่าธรรมเนียม 4.3 พาสปอร์ต ถ้ามีเล่มเก่าให้นําไปด้วย 4.4 บัตรประจําตัวประชาชน สําเนาทะเบียนบ้าน 4.5 เอกสารแสดงสถานะของผู้ยื่นวีซ่า เช่น

– ผู้ประกอบธุรกิจ ให้เตรียมหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วน จํากัด หรือทะเบียนการค้า หลักฐานการเสียภาษี เป็นต้น

– ข้าราชการ/พนักงาน/ลูกจ้าง แสดงหนังสือรับรองการทํางานจากหน่วยงาน/ บริษัท/ห้างร้าน แสดงอัตราเงินเดือน อายุงาน พร้อมใบอนุญาตให้ลาหยุดในช่วงที่เดินทาง

– นักเรียน/นักศึกษา ให้แสดงหนังสือรับรองการเป็นนักเรียน/นักศึกษา และใบรับ รองผลการเรียน

4.6 สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่อัพเดทล่าสุด 4.7 แผนการท่องเที่ยวคร่าวๆ และใบจองที่พัก

4.8 สําหรับผู้มีวัตถุประสงค์เดินทางเพื่อการเยี่ยมเยือน ให้แสดงจดหมายเชิญของ ญาติ/คนรู้จักหรือผู้ให้ที่พัก และสําเนาหลักฐานของผู้ที่อยู่ในสหรัฐ เช่น ไอดีการ์ด กรีนการ์ด เป็นต้น

4.9 อื่นๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล ทะเบียนสมรส โฉนดที่ดิน

สําหรับตัวเครื่องบิน ไม่จําเป็นต้องจองไปแสดง โดยหลักฐานข้างต้นสามารถ เตรียมต้นฉบับหรือเอกสารตัวจริงไปแสดงได้ ไม่ต้องแปล แต่เอกสารหนังสือรับรองต่างๆ ควรให้หน่วยงาน/โรงเรียนออกหลักฐานเป็นภาษาอังกฤษ

  1. เดินทางไปสัมภาษณ์ตามนัด ควรไปถึงสถานทูตก่อนเวลานัด 15-30 นาที เมื่อ ไปถึงให้แจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมแสดงใบยืนยันการกรอก DS160 และหลักฐานการชําระค่า ธรรมเนียม ก็จะได้รับการจัดคิวตามลําดับ ในขั้นตอนนี้ทางสถานทูตแจ้งว่าไม่อนุญาตให้นํา กระเป๋าใบใหญ่หรือกระเป๋าสะพายหลังเข้าไปข้างในได้ จะรับฝากเฉพาะโทรศัพท์มือถือและ สิ่งของชิ้นเล็กๆ เท่านั้น ส่วนเอกสารต่างๆ ให้จัดเตรียมใส่ซองหรือแฟ้มเก็บเอกสารให้เป็น ระเบียบ จะได้หยิบง่ายๆ เมื่อถูกขอเรียกดู

หลังจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนภายในสถานทูต เช่น การตรวจเอกสาร การพิมพ์ลาย นิ้วมือ และการสัมภาษณ์ ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที และทราบผลทันทีหลังจากสัมภาษณ์ จบ ส่วนจะได้วีซ่านานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่านกงสุลครับ อาจเป็น 1 ปี 5 ปี หรือ 10 ปีก็ได้

สถานที่ยื่นขอวีซ่ เลือกได้ 2 แห่งคือ • สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย กรุงเทพฯ 95 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330 แฟกซ์ : +66-2-254-1171 เว็บไซต์ : http://thai.bangkok.usembassy.gov/ อีเมล : วีซ่าชั่วคราว: visasbkkestate.gov

วีซ่าถาวร: visasbkkivastate.gov การเดินทางไป – รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีเพลินจิต แล้วเดินลงไปตามถนนวิทยุ ประมาณ 5 นาที แผนกกงสุลอยู่ฝั่งซ้ายของถนน – รถไฟใต้ดิน MRT สถานีลุมพินี แล้วเดินขึ้นไปตามถนนวิทยุ ประมาณ 10 นาที แผนกกงสุลอยู่ฝั่งขวาของถนน ข้อควรระวัง : ในวันฝนตกหรือแดดจัดควรเตรียมร่มไปด้วย เพราะสถานที่รอคิว ไม่มีหลังคากันแดดกันฝน เป็นเพียงฟุตบาธริมถนนเท่านั้น

สถานกงสุล จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย
ที่อยู่ : 387 ถนนวิชยานนท์ เชียงใหม่ 50300
แฟกซ์ : +66-53-252-633
bulos : http://chiangmai.usconsulate.gov/
อีเมล : Conschiangmai@state.gov

โดยผู้ยื่นคําร้องสามารถระบุสถานที่ยื่นเอกสารและการนัดสัมภาษณ์แห่งใดแห่งหนึ่ง ได้ในขั้นตอนการกรอก DS160

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet