Canada Food & Shopping: แนะนำอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งในประเทศแคนาดา

canada-food

FOODS & DRINKS

แม้แคนาดาจะไม่มีอาหารประจําชาติก็ตามแต่ด้วยเหตุผลที่แคนาดาเป็นประเทศที่มีพลเมืองหลายเชื้อชาติทําให้ที่นี่มีวัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบผสมผสาน ที่รวมเอาความหลากหลายของชาติต่างๆ มาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนแคนาดาจะพบกับร้านอาหารนานาชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารกรีก อาหารอิตาเลียนอาหารอินเดียอาหารญี่ปุ่น อาหารจีนหรือหากอยากรับประทานอาหารไทยอร่อยๆ ก็หาได้ไม่ยากในเมืองต่างๆ

การปรุงอาหารของแคนาดาขึ้นอยู่กับพื้นเพและวัฒนธรรมเดิมของพลเมือง สําหรับชาวแคนาดาที่พูดภาษาอังกฤษก็จะมีวัฒนธรรม การรับประทานอาหารแบบชาวอังกฤษ ส่วนชาวแคนาดาที่ได้รับอิทธิพลและวัฒนธรรมจากฝรั่งเศสก็จะเลือกรับประทานอาหารใน แบบฝรั่งเศส เช่น ชาวเมืองรัฐควิเบกเป็นชาวฝรั่งเศสที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในแคนาดา ที่นี่จึงมีอาหารยอดนิยมที่ขึ้นชื่อคือพายเนื้อ (Tourtiere) และซุปถั่ว (Soupe aux Pois หรือ French Pea Soup)

canada-food

ซึ่งอาหารฝรั่งเศสในที่นี้มีการประยุกต์และใช้เครื่องปรุงท้องถิ่น จนกลายเป็นอาหารฝรั่งเศสแบบแคนาดามากกว่าที่จะเป็นอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยในรัฐควิเบกคือ การลองชิมขนมปังอบจากเตาร้อนๆที่ราดน้ำเชื่อมเมเปิล เนื่องจากเมืองควิเบกมีชื่อเสียงว่าเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลเมเปิลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นเมนูขนมปังอบราดน้ำเชื่อมคือของหวานขึ้นชื่อที่ชาวเมือง มักนิยมรับประทานพร้อมๆกับวิปครีม (Trenpette)

canada-food

สําหรับนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนแถบชายฝั่งทะเลมหาสมุทรแอตแลนติก ที่นี่อาหารทะเลสดๆ ราคาย่อมเยาให้เลือกรับประทานอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งของกุ้งล็อบสเตอร์ในเมือง ทางฝั่งทะเลตะวันออก หรือจะเป็นอาหารที่ปรุงจากปลาคอด ในนิวฟันด์แลนด์ก็ตาม ทั้ง 2 อย่างขึ้นชื่อว่ารสชาติดีมากในแคนาดา นอกจากนี้หากโปรดปรานการรับประทานหอยแครงกับหอยเชลล์ (Scallop) ก็ลองแวะไปที่รัฐโนวาสโกเชียเพราะนอกจากหอยสดๆ จากทะเลแล้ว ที่นี่ยังมีอาหารจานเด่นที่ปรุงด้วยปลาเฮอร์ริงดอง อย่าง Solomon Grundy เป็นอาหารขึ้นชื่ออีกด้วย

ส่วนคนที่ไปเยือนนิวบรันสวิก อย่าพลาดการรับประทาน ยอดอ่อนของผักตระกูลเฟิร์นที่เรียกว่า Fiddleheads ซึ่งยอดอ่อน ของผักประเภทนี้หาชิมที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่ที่เดียว นอกจากนี้ ยังมียังมีปลาแซลมอนจากทะเลแอตแลนติกที่ทั้งสดและอร่อย จนขึ้นชื่อที่สุดในแถบนี้อีกด้วย ซึ่งหากนักท่องเที่ยวคนใดชื่นชอบ การรับประทานอาหารทะเลแล้วละก็ ที่แคนาดายังมีอาหารจานปลา อีกมากมายที่รัฐออนแทรีโอ รวมไปถึงหอยนางรมสดๆ ที่นิยม รับประทานกับเนยแข็งซึ่งเมนูนี้โด่งดังมากในเกาะปรินซ์เอดเวิร์ด

สําหรับทางฝั่งตะวันตกของแคนาดา ที่รัฐบริติชโคลัมเบียก็มี อาหารทะเลขึ้นชื่อไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกุ้งยักษ์ ปูทะเลยักษ์ (King Crab) และปลาแปซิฟิกแซลมอนซึ่งมีให้รับประทานกันอย่างจุใจ แม้แต่เมืองเล็กๆ ที่อยู่ติดกับมหาสมุทรอาร์กติกซึ่งมีอากาศหนาวเย็น มาก แต่ทุกเมืองในละแวกดังกล่าวก็มีกุ้งและหอยเชลล์สดๆ จาก ทะเลให้กินกันได้ตลอดทั้งปี แต่หากใครที่แพ้อาหารทะเลและ โปรดปรานการรับประทานเนื้อสัตว์แล้วล่ะก็ สเต๊กเนื้อกวางมูสที่รัฐ ยูคอนคือเมนูเนื้อที่น่าลองอีกจานหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

นอกจากนี้รัฐแอลเบอร์ตาก็มีสเต๊กเนื้อวัวที่โด่งดังมากที่สุดเช่นกัน ส่วนที่รัฐแมนิโทบาก็มีอาหารจานเด่นเป็นอาหารที่ปรุงมาจาก เนื้อควายไบซันที่ไม่มีไขมันเลย ซึ่งเมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ชาวเมือง ชื่นชอบและภูมิใจนําเสนอให้กับนักท่องเที่ยว ใครที่อยากชิมอาหารป่า ซึ่งเป็นสัตว์จําพวกนกป่าแล้วล่ะก็ นักท่องเที่ยวสามารถหารับประทาน ได้ทุกหนแห่งในรัฐซัสแคตเชวันเลยทีเดียว

สําหรับของหวานของชาวแคนาดาจะเป็นเมนูขนมที่มักจะมีเบอร์รี พันธุ์ต่างๆ ผสมอยู่ด้วย โดย 2 เมนูหลักๆ ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย คือ Poutine ซึ่งเป็นมันทอดราดด้วยน้ําเกรวี และขนม BeaverTails ซึ่งเป็นขนมอบรสหวานราดหน้าด้วยวิปครีม รับประทานพร้อม ลูกเบอร์รี่ ซินนามอน และมะนาว

เครื่องดื่มยอดนิยมในแคนาดาคือเบียร์ แม้แคนาดาจะเป็น ประเทศที่ผลิตวิสกี้ส่งออกก็ตาม แต่ชาวแคนาดานิยมดื่มเบียร์และ เหล้าเป็นหลัก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้จาก ร้านค้าที่มีใบอนุญาตให้ขายได้เท่านั้น และร้านจะปิดในตอนกลางคืน กับวันอาทิตย์ เนื่องจากที่นี่มีกฎหมายควบคุมการซื้อขายเครื่องดื่มมี แอลกอฮอล์ที่เข้มงวดมาก โดยกฎหมายแคนาดากําหนดอายุผู้ซื้อ จะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งนอกจากเบียร์และเหล้าแล้ว แคนาดามี ไวน์พิเศษประจําชาติที่ทําจากผลองุ่นที่ถูกทิ้งไว้บนต้นในช่วงอากาศ เย็นจัดจนทําให้องุ่นเป็นน้ําแข็ง ซึ่งไวน์ชนิดนี้มักเรียกกันว่า Ice Wine เป็นไวน์รสหวานที่นิยมดื่มหลังมื้ออาหาร

SHOPPING

การช้อปปิ้งในประเทศแคนาดามีสินค้าและของปากพื้นเมืองมากมายให้เลือก ซึ่งโดยส่วนมากแล้วในทุกๆเมืองจะมีของที่ระลึกท้องถิ่นที่เป็นงานหัตถกรรมและงานศิลปะแตกต่างกันออกไป ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ไม่ควรพลาดการช้อปปิงvองที่ระลึกจากสถานที่ต่างๆ เพื่อเก็บไว้ระลึกถึงทริปแห่งความทรงจําในการมาเยือนแคนาดา

โดยการเลือกซื้องานศิลปะในแคนาดา มีสิ่งที่ต้องพึงระวังคือการเลือกซื้อชิ้นงานศิลปะที่เป็นของแท้ เพราะบางที่จะมีงานศิลปะ ที่เป็นของลอกเลียนแบบวางขายอยู่ปะปนกัน ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดสําหรับนักท่องเที่ยวก่อนจะตัดสินใจซื้อคือควรพิจารณาสินค้าอย่างถี่ถ้วน หรือเลือกซื้อจากร้านค้าในพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่ศิลปะ โดยเฉพาะไปเลย นอกเสียจากจะเป็นสินค้าประเภทงานหัตถกรรม และฝีมือตามเมืองต่างๆ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อได้เลยโดยไม่ต้อง กังวลว่าจะเป็นของลอกเลียนแบบ ซึ่งในแต่เมืองจะมีสินค้าที่ระลึก ที่ไม่ควรพลาดดังนี้

รัฐในเขต Maritimes Provinces หรือรัฐที่อยู่ติดทะเล มีสินค้าที่น่าสนใจคือ เสื้อสเวตเตอร์ หรือเสื้อแจ็กเก็ตที่ทําจากขนสัตว์แท้ และถักด้วยมือ นอกจากนี้ยังมีครีมทาผิว รวมไปถึงครีมกันแดด ประสิทธิภาพสูงที่ชาวประมงใช้ทาในเวลาที่ต้องออกทะเลอีกด้วย

รัฐควิเบก มีสินค้าที่น่าสนใจเป็นสินค้าจําพวกงานหัตถกรรมและ งานฝีมือของชาวแคนาเดียน นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์สินค้าที่ทําจาก น้ําตาลเมเปิลซึ่งมีชื่อเสียงมากของรัฐควิเบก ส่วนนักท่องเที่ยว ที่มองสินค้าประเภทอาหาร ขอแนะนําปลาแซลมอนรมควันโดยจะมี บรรจุห่อไว้เป็นอย่างดีสําหรับการซื้อกลับบ้าน เพราะแซลมอนที่นี่ ขึ้นชื่อมากในประเทศแคนาดา

มอนทรีออล เนื่องจากเป็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ดังนั้นที่นี่จึงเต็มไปด้วยสินค้าแบรนด์พื้นเมืองของแคนาดาและ แบรนด์นานาชาติชื่อดังมากมาย หากนักท่องเที่ยวคนใดที่โปรดปราน การช้อปปิ้งสินค้าราคาถูก ขอแนะนําให้มองหาป้ายที่มีคําว่า “Aubaine” เพราะป้ายนี้จะเป็นป้ายลดราคาของประเทศแคนาดา ดังนั้นนักท่องเที่ยวจะได้ช้อปปิ้งของคุณภาพดีและราคาถูกลง เมื่อพบเห็นป้ายดังกล่าว

รัฐออนแทรีโอมีสินค้าที่น่าซื้อเป็นของที่ระลึกคือ งานหัตถกรรม ประเภทจักสานฝีมือชาวอินเดียน หรือจะเป็นงานฝีมือที่ทํามาจากผ้า อย่างผ้าจับของร้อน ผ้าห่มนวมปัก ผ้าห่มปะเป็นลวดลายต่างๆ (Quilt) เป็นต้น

รัฐแมนิโทบา รัฐซัสแคตเชวัน และรัฐแอลเบอร์ตา ทั้ง 3 รัฐมี สินค้าน่าสนใจมากมาย อาทิ เสื้อผ้า รองเท้าบูต หมวกปีกกว้าง ไป จนถึงหมวกคาวบอยที่คนในแถบนี้นิยมใส่กัน เนื่องจากภูมิประเทศ ในแถบนี้อยู่ทางตอนเหนือและเป็นเทือกเขาสูง สินค้าที่จําหน่ายจึง เป็นสินค้าสําหรับอบอุ่นร่างกายเป็นหลัก

รัฐโนวาสโกเชีย มีสินค้าที่น่าสนใจเป็นสินค้าประเภทถักทอ เนื่องจากชาวพื้นเมืองที่นี่มีความสามารถในการถักทอขนสัตว์มาทํา เป็นเสื้อผ้า กับเครื่องใช้ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีงานฝีมือ ประเภทเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวอีกด้วย

รัฐนูนาวุตและดินแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือ มีสินค้าที่น่าสนใจเป็นสินค้าประเภทไม้ เนื่องจากละแวกนี้มีชนพื้นเมือง เผ่า Inuit และ Dene อาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่น ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ มีความสามารถในด้านงานการแกะสลักไม้และงานที่ดัดแปลงมาจาก ไม้ เช่น ตะกร้าเปลือกไม้ รองเท้าม็อกกาซีน (Moccasin) และ รองเท้าลุยหิมะ

เทือกเขาร็อกกี้ มีของที่ระลึกที่โด่งดังคือ หินธรรมชาติสีต่างๆ นักท่องเที่ยวส่วนมากมักจะนิยมซื้อเป็นของฝากไปให้ผู้ที่สะสม ซึ่งหิน ที่ได้รับความนิยมที่สุดคือหินสายรุ้ง และนอกจากหินธรรมชาติแล้ว ที่เทือกเขาร็อกกี้ยังมีฟอสซิลตกผลึกที่กลายมาเป็นแก้วอีกด้วย โดยแก้วที่ตกผลึกออกมามักนิยมถูกนํามาทําเป็นเครื่องประดับและ ของตกแต่งบ้าน ซึ่งเป็นของที่ระลึกอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามไป หากได้มาเยือนเทือกเขาแห่งนี้

รัฐบริติชโคลัมเบียและแถบทางฝั่งทะเลตะวันตก (West Coast Native) มีสินค้าที่น่าสนใจเป็นสินค้าประเภทงานฝีมือและงานศิลปะ โดยหากได้ไปเยือนเกาะแวนคูเวอร์ ก็ไม่ควรพลาดการซื้อเสื้อ สเวตเตอร์ Cowichan ซึ่งเป็นเสื้อที่ชาวเกาะแวนคูเวอร์นิยมใส่กัน นอกจากนี้หากได้ไปเยือนเกาะควีนชาร์ลอตต์ (Queen Charlotte Islands) ก็อย่าพลาดของที่ระลึกประเภทงานแกะสลักของชาวไฮดา (Haida) เป็นอันขาด เพราะนอกจากจะเป็นของฝากที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัวแล้ว ยังมีราคาที่ไม่แพงจนเกินไปอีกด้วย

เขตการปกครองพิเศษยูคอน แน่นอนว่าที่มีสินค้าน่าสนใจเป็น เครื่องประดับที่ทําด้วยทองก้อน (Gold Nugget) เนื่องจากยูคอน เปรียบเสมือนแหล่งทองคําของแคนาดา ดังนั้นผู้มาเยือนจึงจะต้อง มีทองติดไม้ติดมือไปฝากคนที่ตนเองรัก ซึ่งเครื่องประดับเหล่านี้เป็น ของฝากที่ดูมีราคาที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหนนอกจากที่ยูคอน เท่านั้น

gold nugget

ด้วยเหตุผลที่แคนาดาเป็นประเทศใหญ่และมีกลุ่มนักท่องเที่ยว หลายชาติหลายภาษามาเยือน ทําให้ที่มีรูปแบบของที่พักและโรงแรม หลากหลายชนิด โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ตามการวางแผน การท่องเที่ยวของตนเอง ซึ่งที่นี่มีตั้งแต่โรงแรมหรูหราห้าดาว รีสอร์ตติดทะเลสาบ ที่พักตามวนอุทยานแห่งชาติ ไปจนถึงที่พัก ราคาประหยัดแบบโฮสเตลและที่พักเยาวชนของ YMCA เลยทีเดียว ซึ่งโดยปกติแล้วที่พักเกือบทุกประเภทในแคนาดาจะมีกําหนดเวลา เช็กอินไม่เกิน 15.00 น. และกําหนดเวลาเช็กเอาต์ไม่เกินเวลา 11.00 น. นอกจากนี้หลายโรงแรมในแคนาดายังมีรูปถ่ายตัวอย่างห้องพัก พร้อมราคาค่าห้องให้นักท่องเที่ยวได้ดูก่อนตัดสินใจเข้าพัก ดังนั้น นักท่องเที่ยวที่มาเยือนแคนาดาสามารถเลือกที่พักได้ตามความพอใจ เพื่อให้อยู่ในค่าใช้จ่ายที่ประมาณการเอาไว้

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet