‘เลกหลุยส์ (Lake Louise)’ ดินแดนปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน

lake-louise

เลกหลุยส์ (Lake Louise)

เลกหลุยส์เป็นทั้งชื่อเมืองและชื่อทะเลสาบ โดยทะเลสาบหลุยส์ตั้งอยู่ในเมืองเลกหลุยส์ (Lake Louise) ซึ่งแวดล้อมด้วยเทือกเขาที่มีหิมะขาวโพลนปกคลุมยอดเขา น้ำในทะเลสาบเป็นสีเขียวมรกต มีผิวน้ำนิ่งที่เรียบใสราวกับกระจกเงาสะท้อน ความงามของขุนเขาและธารน้ำแข็งที่อยู่สูงขึ้นไป เป็นภาพที่งดงามสุดพรรณนา

เมืองเลกหลุยส์เป็นเมืองชนบทที่อยู่ต่ำกว่าทะเลสาบ โดยด้านใต้ของทะเลสาบเป็นที่ตั้งโรงแรมที่ก่อสร้างแบบปราสาท ฝรั่งเศสชื่อว่า Fairmont Chateau Lake Louise ซึ่งเป็นโรงแรมติดทะเลสาบที่มีราคาแพงมาก นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิว ทะเลสาบที่ผิวน้ำสะท้อนภาพภูเขากับธารน้ำแข็งอยู่ตรงหน้าสวยงามเหนือคําบรรยาย

กิจกรรมสําคัญเมื่ออยู่เลกหลุยส์คือ การชมธรรมชาติที่งามสงบในทุกฤดูกาล ฤดูหนาว ผิวน้ำในทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง จนเป็นลานเล่นสเกตน้ำแข็งอย่างดี ในเดือนมิถุนายนเมื่อน้ำแข็งละลาย ทะเลสาบหลุยส์เป็นสถานที่สําหรับพายเรือแคนูเล่นอย่างมีความสุข หรือไปเดินเล่นริมทะเลสาบที่เกลื่อนไปด้วยก้อนหินน้อยใหญ่ มองหา กระรอกสีทอง สัตว์พื้นเมืองเจ้าถิ่นที่มีอยู่ชุกชุมในบริเวณนั้น

ทะเลสาบหลุยส์เป็นจุดตั้งต้นของการปีนเขาขึ้นไปดูธารน้ำแข็ง ข้างบนนั้น หรือไปชมทะเลสาบเล็กๆ รายล้อมด้วยเทือกเขางดงาม ที่มีเสน่ห์ตรงในทะเลสาบมีก้อนน้ำแข็งลอยฟองอยู่ด้วย ในบริเวณเดียวกันมีสถานีรถกระเช้าพาขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาไวต์ฮอร์น (Whitehorn Mountain) ซึ่งบนยอดเขาเป็นจุดชมวิว ที่มีร้านน้ำชา และที่สําหรับนั่งปิกนิกและชมวิว นอกจากนั้นยังมีทะเลสาบโมเรน (Moraine) ทะเลสาบขนาดเล็กที่อยู่ในวงล้อมของขุนเขาสิบลูกที่มียอดเขาปกคลุมด้วยหิมะทุกยอด

อาหารการกิน

ในเมืองเลกหลุยส์มีภัตตาคารชื่อดังตั้งอยู่ในโรงแรม Post Hotel ซึ่งภัตตาคารแห่งนี้ที่ได้รับการยกย่องว่า ติดอันดับ 1 ของเทือกเขาร็อกกี้ ที่เสิร์ฟอาหารยุโรปและอเมริกัน สไตล์แคลิฟอร์เนียได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนอีกแห่งที่ไม่ควรพลาดคือ ภัตตาคารในโรงแรมที่มีชื่อเสียงของเมืองเลกหลุยส์คือ Chateau Lake Louise ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบ มีห้องอาหารอยู่ 4 ห้อง ห้อง Edelweiss Dining Room มีการตกแต่งห้องหรูหรา และบรรยากาศดีที่สุด ห้องอาหารนี้เสิร์ฟอาหารแคนาเดียน ไปพร้อมๆกับการชมทัศนียภาพที่สวยงามแบบหนึ่งของทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก

ส่วนนักท่องเที่ยวที่มองหาอาหารจานด่วนสามารถหารับประทาน ได้ตามร้านต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า เช่น Bee Line Chicken & Pizza ที่ขายพิซซ่ากับไก่ทอด หรือจะเป็นร้านอาหารในสถานีรถไฟ ชื่อ Lake Louise Railway Station & Restaurant เป็นร้านอาหาร อายุนับ 100 ปีเศษที่สร้างด้วยไม้ซุง ในบริเวณรอบๆ ภัตตาคาร เอาตู้รถไฟโบราณมาวางตกแต่งสลับกับสวนดอกไม้ อาหารจานเด่นของร้านในสถานีรถไฟเป็นเนื้อวัวจากแอลเบอร์ตากับพาสต้าชนิดต่างๆด้วย

  • อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ (Jasper National Park)

อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์อยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติบานส์ไป ทางเหนือ 292 กิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่เป็นลําดับ 2 ใน แคนาดา อุทยานแห่งนี้ประกอบไปด้วยสัตว์ป่ามากมาย รวมไปถึง ต้นไม้ แม่น้ำ ลําธาร และน้ำตกที่สวยงาม ที่มีภูมิประเทศเต็มไปด้วย ระลอกคลื่นภูเขาที่มีหิมะปกคลุมยอดเขาอยู่เกือบตลอดปี จนปัจจุบัน อุทยานแห่งชาตินี้มีชื่อเสียงในการเป็นสกีรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ของแคนาดา ส่วนเมืองแจสเปอร์ (Jasper) เป็นเมืองเพียงเมืองเดียว ที่มีอยู่ในอุทยานแห่งชาตินี้ ที่นี่เป็นเมืองขนาดเล็กที่เหมาะสําหรับ การท่องเที่ยวแบบผจญภัยในอุทยานแห่งชาติทุกอย่าง เช่น การ ปีนเขา ปีนหน้าผา ล่องแก่ง ขี่ม้าตามไหล่เขา เป็นต้น

lake-louise

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์

  • ทางอากาศ

นามบินที่อยู่ใกล้คือ Calgary International Airport ซึ่งอยู่ห่างจากอุทยาน 412 กิโลเมตร และ Edmonton International Airport ที่อยู่ห่าง 350 กิโลเมตร โดยการเดินทางใน ฤดูหนาวจะไม่ค่อยสะดวกมากนัก เนื่องจากเส้นทางบางสายอาจปิด เพราะมีหิมะถล่มปิดเส้นทาง เป็นภัยธรรมชาติที่อันตรายและเกิดขึ้น บ่อยๆ

  • ทางรถไฟ

รถไฟของ VIA Rail ให้บริการในเส้นทางสายตะวันตก แคมลูปส์-แวนคูเวอร์ และสายตะวันออกไปยังเอดมันตันและวินนิเพก กับเส้นทางสายเหนือไปยังปรินซ์รูเพิร์ต (Prince Rupert)

  • ทางรถยนต์

มีรถโดยสารบริษัท Greyhound บริการในเส้นทาง แวนคูเวอร์ผ่านเมืองแคมลูปส์ และไปเมืองเอดมันตันกับเมืองบาน ส่วนนักท่องเที่ยวที่ขับรถยนต์สามารถใช้เส้นทางผ่านทุ่งน้ําแข็งสาย

Icefields Parkway ที่เชื่อมระหว่างตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติ บานฟ์กับทางใต้ของอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ ซึ่งทางสายนี้มี ความยาว 230 กิโลเมตร และเลี้ยวไปทางลานน้ําแข็งโคลัมเบีย (Columbia Icefields)

เทือกเขาบริติชโคลัมเบีย (British Columbia Rockies)

บริติชโคลัมเบียร็อกกี้ประกอบด้วยเทือกเขาที่สลับซับซ้อนถึง 4 เทือกด้วยกัน โดยเมืองที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคนี้ส่วนใหญ่อยู่ทางทิศใต้ แต่ สิ่งที่เป็นจุดสนใจของการท่องเที่ยวจะอยู่ทางตอนเหนือ เช่น Glacier and Mount Revelstoke National Parks, Kootenay National Park และ Yoho National Park

Glacier and Mount Revelstoke National Parks เป็น อุทยานแห่งชาติที่ถึงก่อนที่ถนนสายที่ยาวที่สุดของแคนาดาคือ Trans-Canada Highway จะผ่านเข้าไปถึงเทือกเขาร็อกกี้ เส้นทาง สายหลักนี้ผ่านเข้าไปในอุทยานธารน้ําแข็งแห่งชาติ (Glacier National Park) ดินแดนที่เป็นสวรรค์ของนักสกีและได้ชื่อว่า อันตรายที่สุด เพราะภัยธรรมชาติที่เกิดจากหิมะถล่ม (Avalanche)

ส่วนทางทิศตะวันตกของธารน้ําแข็งเป็นที่ตั้งของ Mount Revelstoke National Park ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของ นักขี่จักรยานภูเขาและนักปีนเขา ในอุทยานนี้มีเส้นทางวิบากสําหรับ คนที่ชอบกีฬานี้ให้เลือกไปผจญภัยมากกว่า 10 เส้นทาง เส้นทางที่ สวยที่สุดคือเส้นทางที่มีชื่อว่า Giant Cedars Boardwalk Trail ทางสายนี้มีช่วงหนึ่งผ่านเข้าไปในป่าไม้ซีดาร์ ตลอดระยะทาง 500 เมตรที่เต็มไปด้วยต้นซีดาร์แดงซึ่งมีอายุมากกว่า 1,000 ปี

อุทยานแห่งชาติคูเทเน (Kootenay National Park)

มีพื้นที่ 1,406 ตารางกิโลเมตรนี้อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบานส์ กับอุทยานแห่งชาติโยโฮ เส้นทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาตินี้คือ Highway 93 ที่แยกมาจากถนนสายหลัก Trans-Canada Highway จุดเด่น ของอุทยานแห่งชาตินี้คือ บ่อน้ําร้อน Radium Hot Springs ซึ่งอยู่ ทางด้านทิศใต้ของอุทยานฯ มีเมืองชื่อเดียวกับบ่อน้ําพุร้อน อยู่ห่าง จากเมืองบานฟ์ 129 กิโลเมตร ประชากรของเมืองนี้ทําธุรกิจเกี่ยวกับ การอาบน้ําแร่กันมากมาย ดังนั้นโรงแรมที่พักในเมืองทุกแห่งจะมี บ่ออาบน้ําแร่ที่น้ําร้อน 39 องศาเซลเซียส กับมีสระว่ายน้ําที่อุณหภูมิ ของน้ําร้อนประมาณ 27 องศาเซลเซียสไว้บริการผู้มาพัก

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet